ที่ศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง ถ.เเจ้งวัฒนะ “องค์คณะคดีปล่อยกู้ ธ.กรุงไทยฯ” นัดพิจารณาคดีครั้งเเรกหมายเลขดำอม.3/2555 ( หมายเลขแดงอม.55/2558) ในคดีที่ อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร  อายุ 68 ปี อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 เป็นจำเลยที่ 1 ร่วมกับนายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือของบริษัทกฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 27 ราย

ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 , ความผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 , ความผิด พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505  , ความผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และ ความผิด พ.ร.บ.บริษัท มหาชน จำกัด พ.ศ.2535 กรณีร่วมอนุมัติสินเชื่อของ ธ.กรุงไทยฯ ให้กับกลุ่มกฤษดามหานครไปโดยทุจริต ทำให้ธนาคารเสียหาย

โดยในวันนี้องค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาเเล้วเห็นว่านายทักษิณ จำเลยที่ 1 ทราบนัดโดยชอบเเล้วแต่ไม่เดินทางมาศาลโดยไม่เเจ้งเหตุขัดข้อง ถือว่ามีพฤติการณ์หลบหนีจึงให้ออกหมายจับตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560มาตรา28 พร้อมให้โจทก์รายงานผลการจับกุมให้ศาลรับทราบทุกเดือน ส่วนที่จำเลยไม่มาศาลในการพิจารณาครั้งเเรกให้ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา33

ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 26 ก.ย.  เวลา 13.30  น. โดยให้โจทก์ยื่นบัญชีพยานหลักฐานก่อนวันนัดตรวจพยานหลักฐานก่อนวันนัด 14 วันเเละให้ส่งหมายเเจ้งให้จำเลยทราบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหมายจับที่ออกในวันนี้ ถือเป็นหมายจับในคดีที่ 2 หลังจากคดีที่นายทักษิณ ออกกฎหมายแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมและมือถือเป็นภาษีสรรสามิตที่ให้นำตัวนายทักษิณมาดำเนินคดีหลังจากที่มีการเเก้ไขกฎหมาย วิ อาญาฯนักการเมืองใหม่ที่อนุญาตให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้