นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. มีกำหนดการเดินทางเยือน สหราชอาณาจักร และสาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 20-26 มิ.ย. 2561 ว่า รัฐบาลจะปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือไอโออะไรก็ควรอยู่บนพื้นฐานความจริง การเดินทางไปครั้งนี้ ไม่ใช่ได้ไป เพราะเขายอมรับในผลงาน 4 ปีของ คสช. แต่วัตถุประสงค์หลักคือ ไปทำสัญญาซื้อขายดาวเทียมธีออส 2 (THEOS II) มูลค่าหลายพันล้านบาทหรือไม่ การไปที่บ้านหมายเลข 10 ถนนดาวน์นิง ของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร คงไม่ถึงขั้นได้คุยแค่เรื่องดินฟ้าอากาศ แต่อาจไม่มีสาระสำคัญอะไรมาก  เพราะรัฐบาลอังกฤษบอกว่า จะมีเพียงการถ่ายรูปจับมือตามธรรมเนียมปกติที่หน้าบ้าน แต่จะไม่มีการแถลงข่าวร่วมหรือออกแถลงการณ์ ทั้งที่โดยปกติถ้าเป็นสาระสำคัญต้องมีการแถลงข่าวร่วมหรือออกแถลงการณ์ร่วมว่า มีประเด็นการเจรจาอะไรที่มีนัยยะสำคัญ

“รัฐบาลต้องกล้าบอกความจริงกับประชาชนว่า สหภาพยุโรป เขาไม่เจรจาเรื่องเขตการค้าเสรี (FTA) กับรัฐบาลปัจจุบันของไทย  ซึ่งเป็นรัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหาร ทำให้การเจรจาที่เคยมีกับหลายประเทศต้องหยุดชะงักไป และตราบใดที่ยังไม่มีการเลือกตั้งการเจรจาก็จะไม่เกิดขึ้นหรือไม่ ดังนั้นผู้ส่งออก นักลงทุน ประชาชนไทย จะยังไม่ได้ประโยชน์หากยังไม่มีการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับสู่การเจรจาเขตการค้าเสรี ประเทศไทยเสียหาย เสียโอกาสไปมากเท่าไหร่แล้วที่ยังไม่มีการเลือกตั้ง” นายอนุสรณ์ กล่าว

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลคสช.ต้องกล้าบอกความจริงกับประชาชน การที่จะได้ไปพบนางเทเรซา เมย์ พบนายเอมานูว์แอล มาครง ช่วยไปยืนยันกับผู้นำทั้งสองประเทศด้วยว่า จะจัดการเลือกตั้งวันไหน เมื่อไหร่ เพราะก่อนหน้านี้เคยไปบอกนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น จะเลือกตั้ง 2558 บอกนายบันคีมูน เลขาธิการยูเอ็น จะเลือกตั้ง 2560 ไปบันทึกไว้ในแถลงการณ์ร่วมกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในแถลงการณ์ข้อ 8 ชัดเจนว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งในปี 2561

“ถ้ามีโอกาสลองถามนางเทเรซา เมย์ กับนายเอมานูว์แอล มาครง ว่าประเทศของเขา ไม่มีรัฐประหาร ประชาชน สื่อมวลชนได้รับการเคารพสิทธิเสรีภาพ มีสิทธิในการวิพากษ์วิจารณ์เสนอแนะความคิดเห็นอย่างเสรี เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้ประสบความสำเร็จและเจริญรุ่งเรืองได้อย่างไร” นายอนุสรณ์ กล่าว