นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ คนที่ 1 กล่าวถึง กรณีข่าวสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หลับในระหว่างการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อหลักสื่อรอง และโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง รวมถึงมีการแสดงความเห็นถึงขั้นให้ปลดออกนั้น ว่า ตรงนี้ดูจะรุนแรงไป ซึ่งตนขอออกความเห็นในประเด็นนี้ ดังนี้ ประเด็นแรก เป็นเรื่องไม่สมควรแน่นอนที่หลับในระหว่างการประชุมวาระสำคัญ แต่ก็ไม่ใช่ความผิดมหันต์ถึงขั้นจะให้ออกและหากดูเจตนาประกอบก็น่าเห็นใจ และเชื่อว่าคนเหล่านั้นคงไม่อยากหลับในระหว่างประชุม เพราะถ้าอยากพักผ่อนจริงๆก็สามารถออกมานอกห้องประชุมได้ แต่คงเป็นเพราะความตั้งใจในการทำหน้าที่จึงเข้าไปนั่งประชุม อันนี้ถือเป็นเจตนาดี แต่ด้วยอายุ และโรคภัยประจำตัวที่คนในวัยเช่นนี้ย่อมมีกันทุกคนหรือเกือบทุกคนก็คงฝืนไม่ได้ และในที่สุดก็หลับจนปรากฎภาพออกมา ดังนั้นการลงโทษก็สมควรที่เราจะต้องดูเจตนาและปัจจัยอื่นๆ

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ประเด็นที่สอง จะลงโทษกันขนาดไหนอย่างไรในฐานะที่ผ่านงานการประชุมในสภามากว่า 20 ปีเห็นการหลับในสภาผู้แทนราษฎรมาทุกยุคทุกสมัย ก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เพราะเข้าใจว่าคนทำงานย่อมเหนื่อยล้าอ่อนเพลียกันบ้างเป็นธรรมดา หรือบางคนไม่สบาย แต่ยังอยากทำหน้าที่ในห้องประชุมส่วนใหญ่ก็สะกิดให้ลุกไปนอกห้องประชุม และติเตือนกัน บางครั้งสื่อก็ถ่ายภาพออกมาก็ถูกวิจารณ์แบบนี้เหมือนกัน ส่วนการลงโทษนั้นพรรคที่สังกัดจะฟังคำชี้แจงของสมาชิกท่านนั้นๆก่อนว่ารับฟังได้หรือไม่ และท้ายสุดก็พิจารณาตักเตือน ไม่มีพรรคใดไล่สมาชิกสภาออกเพราะเหตุหลับในระหว่างประชุม และจะดูความดีความชอบผลงานในอดีตประกอบการพิจารณาด้วย

“ผมไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับการหลับในสภาและเห็นด้วยว่าควรถูกลงโทษ แต่จะถึงขั้นลงทัณฑ์ให้ออก แบบหลับในสภาตายคาเก้าอี้นั้น ออกจะรุนแรงเกินไปหรือไม่” นายอลงกรณ์ กล่าว