ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (8 มิ.ย.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เรื่อง สนช.นั่งหลับผิดจริยธรรม : ร้องหาสปิริตเหมือน รมว.ญี่ปุ่นบ้าง โดยระบุว่า ตามที่ปรากฏภาพข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เป็นการทั่วไปว่า ในขณะที่นายกรัฐมนตรีถกแถลงชี้แจง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 เพื่อให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้พิจารณาในวาระที่ 1 เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมานั้น มีสมาชิก สนช.จำนวนมาก รวมทั้งรัฐมนตรีนั่งหลับใน อันสะท้อนให้เห็นถึงความไม่สนใจใยดีต่อเนื้อหาสาระของถ้อยแถลงของงบประมาณที่ถือว่าเป็นกฎหมายที่สำคัญที่สุดของประเทศเลยนั้น

พฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นการสะท้อนความจริงที่ดำรงอยู่ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ เพียงแต่ทว่าพี่น้องสื่อมวลชนไม่ค่อยได้นำเสนอให้ประชาชนทั้งประเทศไม่ได้มีโอกาสรับรู้ทุกครั้งที่มีการพิจารณากฎหมายต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น

แต่ทว่าวันนี้ได้ประจักษ์ชัดโดยปริยายแล้วว่า สมาชิก สนช. ที่นั่งหลับไม่ได้ดีเด่นหรือเก่งฉกาจในการทำหน้าที่เหนือไปกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในอดีตที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนที่เคยมีพฤติกรรมดังกล่าว จนถูกประชาชนตำหนิมาก่อนแล้วมากมาย แต่อาจจะหนักข้อไปเสียยิ่งกว่าด้วยซ้ำเพราะสมาชิกส่วนใหญ่ใน สนช.ล้วนเป็นผู้สูงวัย เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ที่อาจหมดความองอาจ กระเหี้ยนกระหือเหมือนสมัยวัยรุ่น ที่อาจจะมีความคิดความอ่านที่กว้างไกลในยุคก่อนไทยแลนด์ 4.0 แถมมีเงินเดือนและค่าตอบแทนเป็นแสน ๆบาทต่อเดือน ในขณะที่ประชาชนที่ยากจนยังมีเพิ่มขึ้นนับสิบล้านคน

ทั้งนี้เมื่อภาพข่าวถูกเผยแพร่ออกมา ปรากฏว่ามีสมาชิก สนช. บางรายได้ออกมาอภิปรายด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ถึงการเผยแพร่ภาพดังกล่าว โดยกล่าวว่ามีการบิดเบือนโจมตีการทำงานของแม่น้ำ 5 สาย นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่ภาพสนช.นั่งหลับทางโซเชียลมีเดีย แถมยังตำหนิสื่อด้วยว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เห็นว่าสิ่งเดียวที่ไม่เคยปฏิรูปตัวเองเลย คือสื่อมวลชนที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความบิดเบือน สร้างความขัดแย้ง ทั้ง ๆ ที่เรื่องดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นหน้าที่ของสื่อมวลชนที่ดีมีอุดมการณ์จะพึงรายงานข้อเท็จให้ประชาชนทราบ นอกจากคนที่เคยเป็นสื่อบางคนเท่านั้นที่พอได้ดิบได้ดีกลับคิดแต่เชลียร์ผู้มีอำนาจจนลืมอุดมการณ์ของความเป็นสื่อไปเสียสิ้น

การกระทำของ สนช. และรัฐมนตรีที่นั่งหลับในกรณีดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกรรมาธิการพ.ศ. 2561 ข้อ 8 ข้อ 18 ข้อ 22 ข้อ 28 ซึ่งเพิ่งประกาศบังคับใช้เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา หาก สนช.จะมีสปิริตเหมือน รมว.คลังของญี่ปุ่นบ้างสักเสี้ยวหนึ่งคนไทยก็คงจะสรรเสริญ ซึ่งเรื่องดังกล่าวสมาคมฯ จะไม่เสียเวลาเดินทางไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการจริยธรรมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่มีรองประธาน สนช.เป็นประธาน เพราะข้อสรุปในอนาคตที่ออกมาจะเป็นเช่นใดนั้น คนไทยทั้งประเทศก็คงจะคาดเดาได้อยู่แล้ว สู้เอาเวลาไปหาหลักฐานจับกังฉินหรือโจรในเสื้อนอกดีกว่า

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)