
วันที่ 2 มีนาคม 2566 เวลา 07.00 น. พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธานในพิธีเนื่องในวันสถาปนาหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก ครบรอบปีที่ 31 วันที่ 6 มีนาคม 2566 พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาชั้นสูงร่วมในพิธี โดยมีพลโท วรวุฒิ วุฒิศิริ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกให้การต้อนรับ

หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก (นปอ.) ถือกำเนิดครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2477 โดยใช้ชื่อว่า กรมป้องกันต่อสู้อากาศยาน หรือเรียกย่อๆว่า กรม ปตอ. จนกระทั่งในปี พ.ศ.2535 กองทัพบกจึงอนุมัติให้จัดตั้งหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกขึ้นตามคำสั่งกองทัพบก ลงวันที่ 6 มีนาคม 2535 ตั้งแต่บัดนั้นหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก จึงได้ยึดถือวันที่ 6 มีนาคมของทุกปี เป็นวันสถาปนาหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก

หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกมีการพัฒนาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และยุคสมัย โดยปัจจุบันได้ดำเนินการภายใต้กรอบนโยบายของผู้บัญชาการทหารบกที่คำนึงถึงการป้องกันภัยทางอากาศใหม่ให้มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความเป็นไปได้ด้านงบประมาณ ลดการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ราคาสูงจากต่างประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เสริมสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ให้มีความทันสมัย มีการซ่อมบำรุงควบคู่กับการวัจัยและพัฒนาระบบอาวุธและระบบแจ้งเตือนภัยทางอากาศให้มีศักยภาพตามความเปลี่ยนแปลงของสังคมเทคโนโลยีในลักษณะของการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง อีกทั้งยังมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ โดยหน่วยตระหนักและให้ความสำคัญกับการพัฒนากองร้อยต่อต้านอากาศยานไร้คนขับเพื่อให้กองทัพบกมีขีดความสามารถในการรับมือกับภัยคุกคามทางอากาศรูปแบบใหม่

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญด้านคุณภาพของกำลังพล โดยมุ่งเน้น และริเริ่มโครงการขับเคลื่อนกำลังพลของหน่วยให้มีคุณภาพในทุกระดับชั้นควบคู่ไปกับการปลูกฝังอุดมการณ์ในการเป็นทหารอาชีพ อาทิ โครงการจัดการองค์ความรู้ด้านการป้องกันภัยทางอากาศ (AADC Knowledge Management) เพื่อยกระดับความรู้และนำความรู้จากการปฏิบัติงานมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน โครงการพัฒนาฐานข้อมูล นปอ. (AADC Smart Database Project) เพื่อบริหารจัดการกำลังพลในหน่วย โครงการพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่าภายในหน่วยให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ เกษตรในเมืองสำหรับกำลังพลและประชาชนทั่วไป รวมไปถึงการดูแลน้องคนเล็กของกองทัพบกตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาเป็นครอบครัวทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน และให้ความสำคัญสูงสุดต่อการเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์และต่อยอดการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอย่างเต็มขีดความสามารถเพื่อให้ประชาชนได้น้อมนำไปใช้เป็นหลักในการดำรงชีวิต



