ที่ห้องประชุมปารุสกวัน​ 2​ พล.ต.ต.อิมธิพล​ อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วยพ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ , พ.ต.ท.นพดล เจริญทรัพย์ , พ.ต.ท.ธิติพงษ์ สียา , พ.ต.ท.สรรเพชร สุวรรณไตร รอง ผกก. , ร.ต.อ.กิติพัฒน์ ใจอารีรอบ สว.ฯ , ร.ต.ท.พิชิต สนธิโพธิ์ รอง สว.ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ ได้ร่วมกัน​ แถลงข่าวผลการจับกุม นางสาวจุฑาภาส อังกาพย์ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาฉ้อโกงทรัพย์ โดยพบว่าผู้ต้องหารายนี้ มีหมายจับทั้งสิ้น 6 หมายจับ​ โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันฉ้อโกง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ ลานจอดรถอาคาร เดอะกั๊มคอนโด เลขที่ 567/397 ม.5 ต.คลองตำหรุ อ.เมือง จ.ชลบุรี

พล.ต.ต.อิทธิพล​ กล่าวว่า​ ตามที่ได้มีผู้เสียหายจำนวนมาก ได้รับความเสียหาย จากการถูกกลุ่มคนร้ายหลอกลวง ว่าเป็นโบรกเกอร์ ขายประกันภัย จึงได้มีการรวมตัวกัน เพื่อติดตามคนร้ายรายนี้ และ ได้มีการขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งทาง เทสโก้ โบรกเกอร์ และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ก็ได้รับเรื่องร้องเรียน จากผู้เสียหายกว่า 200 รายทั่วประเทศ ว่าได้รับความเดือดร้อน จากการถูกมิจฉาชีพ ฉ้อโกง โดยหลอกลวงให้ทำประกันภัยจนได้รับความเสียหาย คิดเป็นทุนประกันเกินกว่า 50 ล้านบาท และ คนร้ายได้กระทำความผิดมาตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งต่อมาได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดี แต่ยังไม่ยอมเลิกกระทำ กลับมาเปิดบริษัทใหม่ เพื่อกระทำความผิดอีกครั้ง โดยครั้งนี้ได้เพิ่มรูปแบบของการกระทำความผิด ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ยากต่อการสืบสวนติดตามจับกุม ทำให้เกิดผู้เสียหายไม่เว้นแต่ละวัน จนกระทั่งได้มีการรวมตัว เพื่อแจ้งเตือนในสื่อสังคมออนไลน์ หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งขอความช่วยเหลือไปยังผู้สื่อข่าวหลายสำนักนั้น

พล.ต.ต.อิทธิพล​ กล่าวต่อว่า​ พอได้ทราบเหตุดังกล่าว จึงได้สั่งการให้ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. เร่งรัดจับกุมผู้ต้องหารายนี้ โดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นการยับยั้ง ไม่ให้ก่อเหตุ และบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้เสียหาย ต่อมากก.วิเคราะห์ข่าวฯ​ จึงได้สืบสวนติดตาม จับกุมผู้ต้องหาได้

โดยพฤติกรรมของผู้ต้องหารายนี้เคยทำงานเป็นตัวแทนขายประกันภัย จึงรู้ช่องทางในการติดต่อ ซื้อ-ขายประกันภัย รวมทั้งมีช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลของลูกค้า ดังนั้น ผู้ต้องหารายนี้จึงได้มีการไปเปิดบริษัทหลายบริษัท และ เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท เพื่อให้น่าเชื่อถือว่าเป็นโบรกเกอร์ขายประกันภัยจริง ๆ เช่น บจก. ที.ไอ.เอส ควอลิตี้ แมเนจเม้นท์ และ บจก.ไอ.ซี.มอเตอร์ เซลล์ เซอร์วิส จากนั้นจะโทรไปหาลูกค้าที่เคยทำประกันภัย และกำลังหมดอายุ เพื่อให้ต่อประกันภัยกับตน โดยเสนอส่วนลด และ มอบสิ่งของเป็นกล้องถ่ายรูป หรือ โทรศัพท์ เพื่อจูงใจ ทำให้ผู้เสียหาย หลงเชื่อ และ อยากมาทำประกันภัยกับผู้ต้องหา ประกอบกับเห็นว่า เป็นการโอนเงินเข้าบริษัท จึงน่าเชื่อถือและ หลงเชื่อ จึงมีการโอนเงินเข้าบัญชีที่ผู้ต้องหาอ้าง ตกรายละ 10,000 – 25,000 บาท และกระทำเช่นนี้เกือบแทบทุกวันมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2558 เป็นต้นมา​ ทำให้มีผู้เสียหายหลายร้อยราย และ มีมูลค่าความเสียหายคิดเป็นทุนประกันเกินกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเงินเข้าบัญชีบริษัทดังกล่าวแล้ว ผู้ต้องหารายนี้จะถอนเงินสดผ่านบัญชีบริษัทดังกล่าว จากนั้นได้นำเงินไปใช้ โดยไม่ได้มีการทำประกันจริงแต่อย่างใด จนกระทั่งผู้เสียหายได้มีการรวมตัวเพื่อขอความช่วยเหลือไปยัง หน่วยงานต่างๆ และ สื่อหลายสำนัก จนกระทั่ง บก.สส.บช.น.ได้สืบสวน ติดตามผู้ต้องหารายนี้ได้ เพื่อนำส่ง พงส.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.อิทธิพล​ ยังกล่าวต่ออีกว่า​ ขอแจ้งกับพี่น้องประชาชนว่าการทำธุรกรรมเช่นนี้ ควรมีการตรวจสอบจากตัวแทนที่น่าเชื่อถือ หรือหากสามารถติดต่อไปยังบริษัทประกันภัยด้วยตนเอง ก็ควรทำ ไม่ควรไปกระทำผ่านตัวแทน ที่ไม่เคยรู้จักโดยเฉพาะที่มีการแจกสิ่งของเพื่อจูงใจ หรือ มีราคาถูกเป็นพิเศษ เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของ ขบวนการเหล่านี้ได้ ส่วนผู้ที่ได้รับความเสียหาย หากท่านใดยังไม่แจ้งความร้องทุกข์ ขอให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ในท้องที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีนี้ เพื่อจะได้อายัดตัวผู้ต้องหารายนี้ตามกฎหมายต่อไป และหากกรณีมีเบาะแส หรือ มีข้อสงสัยจะถูกหลอกลวงสามารถให้ เบาะแส หรือ ขอคำปรึกษาได้ที่ เฟสบุ๊ค “ วิเคราะห์ข่าว นครบาล” ซึ่งเป็น เฟสบุ๊ค ของ กองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือและคำปรึกษากับประชาชนต่อไป