ที่โรงแรมบัดดี้ โอเรียลทอล ริเวอร์ไซต์ ปากเกร็ด นายบุญส่ง น้อยโสภณ เลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ ว่า หลังจากศาลมีคำวินิจฉัยแล้วคงมีผลกระทบโดยเฉพาะพรรคการเมือง แต่ยังไม่รู่ว่าจะมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างไร ที่ผ่านมากกต.และสนช.ได้ส่งความเห็นถึงศาลแล้ว และกกต.ยังเคยส่งถึงคสช.แล้วหลายฉบับเพื่อให้ผ่อนปรนเรื่องที่อาจจะเป็นปัญหา อาทิ ทุนประเดิม การเก็บค่าบำรุงพรรค แต่ไม่ได้บอกว่าคำสั่งดังกล่าวผิดหรือไม่ผิด ส่วนการวินิจฉัยจะเป็นไปตามศาลฎีกาที่เคยวินิจฉัยหลายกรณีรองรับอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ของคณะปฏิวัติว่าการกระทำทุกอย่างชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น ถือเป็นดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวว่า หากศาลฯ ชี้ว่า คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญก็ต้องดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ กกต. ได้ยื่นหนังสือต่อ คสช. ให้มีการผ่อนปรนในหลายประเด็น เช่น ทุนประเดิม, การเก็บเงินค่าบำรุงพรรค, และการหาสมาชิกพรรคการเมือง เนื่องจากตอนนี้พรรคการเมืองเก่ายังไม่สามารถหาสมาชิกพรรคเพิ่มได้ และสาขาพรรคการเมืองเก่าก็ถูกยุบไปแล้ว ซึ่งจะส่งผลต่อการทำไพรมารี่โหวตของพรรคการเมือง

“หากคำวินิจฉัยของศาลไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 กระบวนการจัดการเลือกตั้งก็จะเดินหน้าต่อไป แต่ยังกังวลโดยเฉพาะเรื่องการทำไพรมารี่โหวตของพรรค แต่เข้าใจว่าทำได้ แต่อยากขอให้มีการเลื่อนการแบ่งเขตเลือกตั้งให้เร็วขึ้นเพื่อให้พรรคมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น” พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าว

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า ทั้งนี้ มีหลายฝ่ายเห็นด้วยกับแนวคิดที่จะให้มีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้  กกต. ประกาศเขตเลือกตั้งก่อนการบังคับ ใช้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องรอ 90 วัน  หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา   เพื่อให้พรรคการเมืองมีเวลาทำไพรมารี่โหวตได้มากขึ้น เพราะหากรอให้กฎหมายมีผลบังคับใช้อาจดำเนินการไม่ทัน แต่ยังตอบไม่ได้ว่าพรรคจะต้องใช้เวลาเท่าใดในการทำไพรมารี่โหวต ซึ่งในฐานะนายทะเบียนฯ อยากให้มีเวลาตรงนี้มากๆ

พ.ต.อ.จรุงวิทย์. กล่าวว่า ส่วนการหาสมาชิกพรรคและการตั้งสาขาพรรค ตอนนี้ยังไม่สามารถทำได้ ต้องรอปลดล็อกก่อน คาดว่าหลังจากพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ประกาศใช้แล้ว จะมีการประชุมร่วมกันระหว่างครม.กับกกต. ตามข้อ 8 คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่53/2560 ซึ่งตอนนั้นอาจจะมีการปลดล็อกเกิดขึ้น