นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ออกมาระบุว่า จะปรับลดสเปกพัสดุภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอซีที)ที่จะใช้ในอาคารรัฐสภาใหม่ จากมาตรฐานยุโรปเป็นมาตรฐานจีน โดยไม่ใช้ระบบ 4 เค หรือ ระบบอัลตร้า ไฮ เดฟินิชั่น (Ultra High Definition) แล้วว่า ที่ตนออกมาท้วงติงในเรื่องการใช้งบประมาณเรื่อง ดังกล่าว เพราะเห็นว่าการจัดซื้อพัสดุภัณฑ์ ไอซีที มีราคาแพงเกินจริง และสูงมากผิดปกติ แต่ไม่ได้บอกว่าขอให้ปรับลดมาตรฐานลง จากมาตรฐานยุโรปมาเป็นมาตรฐานจีน ซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน โดยสินค้าที่บริษัทเบอร์ลินฯกำหนดราคาเสนอมาขายให้สำนักงานเลขาฯสภาฯ (สนง.สผ.) เช่น ไมโครโฟนเทวดา ที่ราคาตัวละ 136,000 บาท โดยระบุว่าต้องใช้รวม 859 ตัว รวมเป็นเงิน 116,824,000 บาท อ้างว่าต้องใช้ไมโครโฟนจำนวนนี้เพราะใช้ในห้องประชุมรัฐสภาที่มีทั้ง ส.ส.และ สว. จึงต้องใช้จำนวนมาก โดยไม่ได้ระบุยี่ห้อ บริษัทแหล่งผลิต และคุณสมบัติใดๆ ในเอกสารการเสนอราคาสินค้าพัสดุภัณฑ์ เหมือนที่ได้ออกมาชี้แจงต่อสื่อแต่อย่างใด ตนจึงไม่รู้ว่าการจัดซื้อของจะซื้อจากจีน หรือจากยุโรปตั้งแต่ต้น เพราะไม่มีบอกรายละเอียดใดๆ ทั้งสิ้น

นายวิลาศ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ อยากขอความร่วมมือบริษัทเบอร์ลินฯ ขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเข้ามาวางระบบไอซีทีของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ให้สังคมได้รับทราบไม่เข้าใจทั้งระบบอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ต้องเห็นแก่บุญคุณ ว่าใครเป็นคนเลือก หรือให้งานบริษัท โดยวิธีพิเศษโดยไม่ต้องเปิดการ ประมูล เบื้องต้นเคยจะมีการว่าจ้างให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้ามา เป็นผู้ออกแบบวางระบบดังกล่าว แต่มีการยกเลิกและให้บริษัทดังกล่าวเข้ามารับงานแทน

ส่วนที่ นายสรศักดิ์ ระบุว่าจะไม่ใช้ระบบ 4 เค แล้วนั้น ก็เป็น ความพยายามสร้างความเข้าใจผิดต่อสังคมว่า ตนและนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาท้วงติงในลักษณะขัดขวาง ซึ่งไม่ใช่ แต่เราตรวจสอบเรื่องการใช้งบประมาณ โป่งพองในการจัดซื้อจัดจ้างแพงเกินจริง และมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต ทั้งที่การจัดซื้อพัสดุภัณฑ์ด้วยวิธีพิเศษจำนวนมากเช่นนี้สามารถขอลดราคาได้ ยืนยันว่าไม่ได้ขัดขวางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ในอาคารรัฐสภาใหม่ แต่ต้องคำนึงถึงราคา และคุณภาพของสินค้า โดยต้องบอกยี่ห้อ คุณสมบัติ และที่มาแหล่งผลิตด้วย ไม่ใช่บอกแค่ราคาต่อหน่วย และจำนวนงบฯโดยไม่มีรายละเอียดใดๆ โดยตนจะติดตามเอกสารหลักฐานอื่นๆ ในการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ใช้ในอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เพื่อชี้แจงต่อสังคมเป็นระยะต่อไป