นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีการตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยของอดีตแกนนำ กปปส. ว่า คิดว่าเรื่องนี้คือบทสรุปของ 4 ปีรัฐประหาร ก่อนหน้านี้มีความพยายามร่วมมือกันเพื่อให้เกิดรัฐประหารจนประสบความสำเร็จ ก่อนจะวางระบบเพื่อปูทางสู่การสืบทอดอำนาจ มีความพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. สืบทอดอำนาจต่อไป ทำให้เห็นว่าการพูดถึงการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เรียกหาการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมนั้น ล้วนเป็นข้ออ้างที่ไม่มีความตั้งใจจริง

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่านักการเมืองที่เลือกเดินออกจากพรรคการเมือง แล้วประสบความสำเร็จกับการนำมวลชน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เขาจะประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง เพราะเป็นการทำอะไรที่ย้อนแย้งกับสิ่งที่เคยพูดทั้งหมด และการตั้งพรรคการเมืองครั้งนี้ก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าคือสิ่งที่ดี จึงมีโอกาสประสบความสำเร็จยาก สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ผ่านมาก็ไม่ได้แยกจากกันไปเสียทีเดียว จึงต้องจับตาดูว่าอนาคตเกมการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นอย่างไร เพราะจุดสำคัญอยู่ที่การตัดสินใจว่าจะสนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. หรือไม่ หากทั้ง 2 ส่วนสนับสนุนให้ คสช.สืบทอดอำนาจ การเลือกเดินครั้งนี้จะเป็นเพียงยุทธวิธีหนึ่งของนายสุเทพและพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น

“ส่วนตัวเห็นว่าการตั้งพรรคการเมืองของแกนนำ กปปส. จะไม่มีผลกระทบทางการเมืองมากนัก เพราะแกนนำ กปปส. ประสบความสำเร็จในการขัดขวางการเลือกตั้ง สนับสนุนการรัฐประหาร จึงจะมาประสบความสำเร็จในการตั้งพรรคการเมืองและลงเลือกตั้งไม่ได้ แม้จุดมุ่งหมายของการตั้งพรรคครั้งนี้คือต้องการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯก็ตาม” นายจาตุรนต์ กล่าว

นายจาตุรนต์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ประกาศถ้าได้เป็นรัฐบาลจะชำระมรดก คสช.ทันทีว่า เป็นเรื่องที่นักการเมือง และผู้ที่สนับสนับประชาธิปไตยจะต้องคิด เพราะสิ่งที่ คสช.ทำไว้นั้นเป็นผลเสียต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง ซึ่งจะต้องรื้อ เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ คิดว่าคนที่สนับสนุนประชาธิปไตยต่างเห็นด้วย เพราะประเทศไทยจะเสียหายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าปล่อยให้สิ่งที่ คสช.ทำไว้ยังคงคงอยู่ ก็จะยิ่งร้ายแรงไปกว่านี้  แต่อย่างไรก็ตาม การจะจัดการกับมรดก คสช.ก่อนหรือหลังนั้น เป็นเรื่องที่จะต้องมาคิดวิเคราะห์กันอีกที โดยต้องมาดูสถานการณ์ความเป็นจริงมาประกอบกัน