นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการคัดเลือก สว.หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า สำนักงาน กกต.ได้ยกร่างระเบียบรองรับแล้ว รอแค่ให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ก็จะออกระเบียบได้ทันทีเพื่อเตรียมการให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยที่มาสว.มาได้สองทางคือ สมัครอิสระซึ่งต้องส่งโดยองค์กรนิติบุคคล หลังจากนั้นจะมีการประกาศให้องค์กรเอกชนที่เป็นนิติบุคคลมาลงทะเบียนกับ กกต. เมื่อพระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับก็ประกาศวันสมัครและเลือกทั้งในระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ก่อนที่จะส่ง 200 รายชื่อให้ คสช.คัดเลือกเหลือ 50 คน คาดว่าภายในหนึ่งเดือนหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ก็จะเห็นกระบวนการเลือกสว.ใหม่ได้ โดยยืนยันได้ว่าดำเนินการได้ทันตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด

นายศุภชัย ยังกล่าวถึง การแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ที่ กกต.เสนอให้มีการแก้ไขว่า ทางคสช. ได้ส่งร่างแก้ไขมาที่ กกต.แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะมีการแก้ไขในประเด็นใดบ้าง อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่แก้ไขก็เป็นเรื่องที่ กกต.ได้ท้วงติงไป หากมีการแก้ไขตามนั้นก็น่าจะแก้ปัญหาของพรรคการเมืองได้ ส่วนจะแก้ไขเมื่อไหร่เป็นเรื่องของ คสช. ซึ่ง กกต.ไม่สามารถเข้าไปก้าวล่วงได้

นายศุภชัย กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการหารือที่คสช.เตรียมทจะเชิญพรรคการเมือง และกกต.ไปประชุมร่วมกันนั้น กกต.คงไม่สามารถให้คำแนะนำ คสช.ได้ เพราะเป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น และยังไม่ทราบว่าจะมีการประชุมเมื่อใด แต่ในส่วนที่พรรคการเมืองอาจจะไม่สะดวกหาก คสช. เป็นผู้เชิญประชุม แต่หาก คสช.จะให้ กกต. เป็นเจ้าภาพเชิญพรรคการเมืองประชุมก็ยินดี

เมื่อถามว่าวางบทบาทของกกต.แบบนี้อาจถูกมองว่าอยู่ภายใต้ คสช.หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวตอบอย่างหนักแน่นว่า “กกต. ไม่ได้อยู่ภายใต้ คสช. เข้าใจผิดแล้ว องค์กรอิสระอย่าง กกต.ไม่ได้ขึ้นกับ คสช.แต่ต้องดูว่า ณ วันนี้ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ปกติ คนที่มีอำนาจออกตามมาตรา 44 คือ คสช. เราก็ต้องทำตามกฎหมาย ผมยอมรับว่า กกต.มีหน้าที่รักษาการตามกฎหมายพรรคการเมือง แต่เมื่อมีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 กกต.ก็ไม่สามารถก้าวล่วงได้ต้องแยกกัน”

นายศุภชัย ยังกล่าวอีกว่า ส่วนการกำหนดวันเลือกตั้งนั้น ตามกรอบของรัฐธรรมนูญจะเริ่มต้นหลังจากกฎหมายเลือกตั้งส.ส. มีผลบังคับใช้ให้ดำเนินการเลือกตั้ง ภายใน 150 วัน โดยรัฐบาลจะเป็นผู้ประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง จากนั้น กกต. จะเป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้ง โดยตามกฎหมาย กกต. ไม่ต้องหารือใครก็ได้ แต่การหารือเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกพรรค ซึ่งการจัดการเลือกตั้งอาจใช้เวลาไม่ถึง 150 วันก็ได้แต่ที่ผ่านมาปกติใช้ 60 วัน