นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปและอดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา (สปช.) ให้สัมภาษณ์หลังเข้าเยี่ยมอดีตพระพุทธะอิสระ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า จากการเข้าไปสังเกตพบว่าอดีตหลวงปู่พุทธะอิสระยังมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ส่วนเรื่องโรคประจำตัว เบื้องต้นประสานให้ลูกศิษย์ได้แจ้งอาการป่วยและนำยามาฝากไว้ที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แล้ว ท่านฝากบอกลูกศิษย์และผู้เลื่อมใสศรัทธาว่าไม่ต้องเป็นกังวล

นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีเหตุการณ์ที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามเข้าไปจับกุมภายในกุฏิ ยังเป็นสิ่งที่เป็นห่วง การเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอการจับกุมในกุฎิที่ออกมา พบว่า สร้างความรู้สึกไม่ดี ตนไม่สบายใจ เพราะแตกต่างกับการจับกุมพระวัดอื่นในวันเดียวกัน วิธีการที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติแตกต่างกัน ตอนแรกจะทำหนังสือถึง ผบ.ตร. และนายกฯ แต่หลวงปู่ห้ามไว้ โดยหลวงปู่ระบุว่าเป็นบทเหมาะสมที่สุด ดีที่สุดแล้ว แม้หลวงปู่เป็นผู้หนึ่งถูกดำเนินคดี เพราะเข้าใจความจำเป็นของรัฐบาล ของเจ้าหน้าที่ ตนจึงน้อมรับเจตจำนงของหลวงปู่

“สำหรับการขอประกันตัว หลวงปู่ขอยังอยู่ในเรือนจำต่อไป ยังไม่ขอในช่วงนี้ เนื่องจากอยากปฏิบัติกรรมฐาน ปลีกวิเวกอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อถึงห้วงเวลาเหมาะสมก็ค่อยว่ากันต่อไป หลวงปู่ฝากบอกสังคม ลูกศิษย์ว่าไม่ต้องห่วงใย ขอให้คิดว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคุณของแผ่นดิน  เป็นสิ่งที่หลวงปู่ต่อสู้มาตลอดชีวิตเพื่อให้เกิดเหตุเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา” นายไพบูลย์ กล่าว

นายไพบูลย์ กล่าวด้วยว่าอย่างไรก็ตาม ในการประกอบพิธีลาสิกขาบทเมื่อเช้าวานนี้ อดีตหลวงปู่พุทธะอิสระไม่ได้เปล่งวาจาลาสิกขาบทออกมาแต่อย่างใด ดังนั้นในทางพระธรรมวินัย จึงไม่ถือว่าขาดจากการเป็นพระ แต่ในทางกฎหมาย ก็ต้องยอมรับ

นายไพบูลย์ กล่าวย้ำว่า หลวงปู่ไม่อยากให้ลูกศิษย์เป็นห่วงอะไร ด้วยความที่จิตใจของท่านเป็นพระแท้ ย่อมไม่หวั่นไหวกับสิ่งที่เกิดขึ้น และท่านมุ่งมั่นรักษาหลักการแห่งพระธรรมวินัย จิตใจที่หลวงปู่มีอยู่ในตอนนี้ก็เป็นจิตใจที่หนักแน่น ดั่งขุนเขาหรือภูผาก็ได้ เยือกเย็น สงบ ท่านขอปลีกวิเวก และปฏิบัติกรรมฐานในช่วงนี้