วันที่ 11 สิงหาคม 2565 ที่ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายระม้าย โมริพันธ์ หรือครูแดน อายุ 40 ปี ครูสอนศิลปะการต่อสู้ พร้อมนางคำ โมริพันธ์ มารดา นำช่อดอกไม้และของที่ระลึกมอบให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผบ.ตร.หลังได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กลับมายังประเทศไทยอย่างปลอดภัย หลังถูกกองกำลังว้าแดงคุมขังกว่า 200 วัน พร้อมเรียกค่าไถ่แลกกับการปล่อยตัว

สำหรับการช่วยเหลือนำตัวครูแดน กลับมายังประเทศไทย ทางพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ตรวจสอบ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้ประสานความร่วมมือผ่านผู้ช่วย ทูตฝ่ายตำรวจ ประจำประเทศเมียนมาร์ ร่วมกับทางการทหารของไทยและเมียนมาร์ ตรวจสอบจนทราบว่านายระม้าย ถูกควบคุมตัวโดยกองกำลังของว้าแดงอยู่จริง และให้เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือนายระม้ายให้เดินทางกลับมา ยังประเทศไทยอย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด โดยเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 65 คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (Township Border Committee : TBC) แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ได้รับตัวนายระย้ายจากกองกำลังทหารประเทศเมียนมาร์ และส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.เชียงราย เพื่อให้ความช่วยเหลือ สอบสวนปากคำ ตรวจสภาพร่างกาย ซึ่งนายระย้ายไม่ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับ อันตรายแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับทีมสหวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำตัวเข้าสู่กระบวนการคัด แยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ พบว่า นายระม้ายมิได้เป็นผู้เสียหายหรือเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์

จากการซักถามเบื้องต้น นายระย้ายได้ให้การว่า เมื่อประมาณเดือนม.ค.ตนได้เดินทางข้ามไปยังฝั่ง ประเทศเมียนมาร์ที่เมืองท่าขี้เหล็ก เพื่อหานายทุนที่จะช่วยสนับสนุนเงินในการทำภาพยนตร์ โดยได้ใช้วิธีการข้าม ชายแดนผ่านทางช่องทางธรรมชาติ ต่อมาได้ถูกทางเจ้าหน้าที่กองกำลังว้าแดงพบตัวและทราบว่าตนเองข้ามแดนไป โดยผิดกฎหมาย จึงได้ถูกควบคุมตัวไว้ โดยที่ตนพยายามหาทางติดต่อกับญาติที่ประเทศไทย เพื่อขอความช่วยเหลือ จากหน่วยงานราชการของไทย ก่อนที่จะได้มีการประสานความร่วมมือกับประเทศเมียนมาร์เพื่อให้การช่วยเหลือจน ตนสามารถเดินทางกลับมายังประเทศไทยได้สำเร็จ โดยมิได้ถูกลักพาตัวหรือมีการเรียกค่าไถ่ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

ตำรวจ ตม.จว.เชียงราย จึงได้ดำเนินคดีกับนายระม้าย จากกรณีการข้ามแดน ผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยกล่าวหาว่า 1.ไม่เดินทางออกไปตามช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมือง และไม่ผ่านการตรวจอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตรวจคนเข้าเมือง 2.ฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558(ฉบับที่ 1) ข้อ 3 การปิดช่องทางเข้ามาในราชอาณาจักร ประกอบข้อ 15 เป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดเชียงราย ที่ 1367/2563 ลง 20 มีนาคม 2565 เรื่อง การระงับการเดินทางเข้าออกของบุคคล ยานพาหนะและสิ่งของ ณ จุดผ่อนแดนถาวร จุดผ่อนปรนการค้า และช่องทางอื่นๆ ตลอดแนวชายแดน จังหวัดเชียงราย ซึ่งนายระม้าย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

นายระม้าย ยอมรับว่า ได้มีการเดินทางออกนอกประเทศโดยช่องทางธรรมชาติอย่างผิดกฎหมายเนื่องจากไม่รู้ โดยมีนายชัยและพวกหลอกให้ไปหานายทุน เพื่อหาเงินสนับสนุนนำไปสร้างภาพยนตร์ โดยในตอนแรกได้เข้าไปอยู่ที่ท่าขี้เหล็กรวมระยะเวลา 10เดือน โดยใช้ชีวิตตามปกติ ก่อนถูกกลุ่มนายชัยหลอก และส่งตัวให้กับกลุ่มกองกำลังว้าแดงโดยให้เหตุผลว่าเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยอยู่กับว้าแดง ตั้งแต่ 8 ม.ค.65-9 ส.ค.65 รวม 215 วัน โดยระหว่างนั้นนายชัยได้ให้ลูกน้องที่สามารถเข้าออกพื้นที่คุมขังได้เข้าไปถ่ายภาพตนเองขณะที่ถูกใส่กุญแจมือ เพื่อที่จะส่งไปข่มขู่คนที่นายชัยอ้างว่าโกงเงินไปจนมีภาพหลุดออกมา พร้อมกับอ้างข้อความเรียกค่าไถ่ เป็นเงิน 4 แสนบาทที่อ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ถูกคุมขังกับครอบครัว โดยครูแดนยืนยันว่าข้อความทั้งหมดเป็นแผนการของนายชัยและพวกที่ต้องการสร้างเรื่อง เพื่อเอาตนเองเป็นตัวประกันเรียกรับเงินกับญาติตนเอง สำหรับนายชัย เป็นคนไทยที่ไปอยู่เมียนมาร์ โดยทำธุรกิจเกี่ยวกับนำเข้าส่งออกรถยนต์รวมทั้งเว็บพนันออนไลน์ ส่วนข้อมูลอื่นๆตนไม่ทราบ และไม่รู้ว่าตอนนี้นายชัยอยู่ที่ไหน เนื่องจากตนเองไม่ได้รู้จักหรือสนิทแต่ที่เชื่อเพราะตัวเองอยากได้เงินมาสร้างหนัง

นายระม้าย ย้ำว่าจากหลักฐานทั้งฝั่งเมียนมาร์ ว้า และไทยยืนยันได้ว่าไม่เคยตนเองไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างแน่นอน พร้อมท้าให้เรียกผู้เกี่ยวข้องทุกคนมาสอบถามได้ หากตนเองพูดโกหกให้เอามาปืนมายิงทิ้งได้เลยไม่ต้องไปสาบานที่วัดไหน