วันที่ 29 มิถุนายน 2565 เวลา 09.00 น. ที่ สภ.พุทธมณฑล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.จุลภณ มีชำนาญ ผกก.สภ.พุทธมณฑล, พ.ต.อ.ไพรัตน์ รอดทอง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.7, พ.ต.อ.ธนบดี บุญพาน วท.(สบ.4)​กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศพฐ.7 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหา ซึ่งก่อเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นมีเสียชีวิต 1 ราย และผู้บาดเจ็บ 1 ราย ผู้ต้องหา คือ นายภาณุพงศ์ หรือแมน สรรพนา อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.205/2565 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2565 ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์โดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปีนติดตัว, ร่วมกันยิงปีนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน” พร้อมด้วยของกลางในคดี (1.) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 8กฬ – 757 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน, (2.) อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. สีดำ ยี่ห้อชิกชาวเออร์ รุ่น พี 938 หมายเลขทะเบียน กท 5610458 จำนวน 1 กระบอก, (3.) อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัติโนมัติ ยี่ห้อ COLT GOVERNMENT MODEL ขนาด .45 มม. ไม่มีหมายเลขทะเบียนปืน และไม่มีหมายเลขประจำปืน จำนวน 1 กระบอก (ที่ใช้ในการก่อเหตุ, (4.) ชองบรรจุกระสุน ขนาด 9 มม. จำนวน 2 ซอง(5.)เครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 12 นัด, (6.) ปลอกกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 1 ปลอก, (7.) กางเกงขายาวสีดำลายเสือ จำนวน 1 ตัว (8.)แผ่นป้ายทะเบียนรถ หมายเลขทะเบียน 8กฬ – 757 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 แผ่นป้าย

พล.ต.ท.ธนายุตม์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2565 เวลา 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พุทธมณฑล ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนขับขี่รถยนต์มาแล้วใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหลังก่อเหตุได้พากันหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนทราบว่า คนร้าย คือ นายภาณุพงศ์ หรือแมน สรรพนา พร้อมพวก รวม 4 คนขับขี่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลัง มาที่เกิดเหตุที่ซอย ส.พูลทรัพย์ ม.6 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม จากนั้นนายภาณุพงศ์ หรือแมนฯ ลงจากรถในมือถืออาวุธปืนของกลาง 2 กระบอก เดินสอบถามวัยรุ่นบริเวณนั้นว่าบ้านฝาแฝดอ้น กับเล็ต อยู่ที่ไหน จากนั้นได้เดินไปยังบ้านของนายโกมินทร์ หรืออ้น อนุพันธ์ และได้เรียกนายโกมินทร์ หรืออ้น ออกมาพูดคุยและมีการโต้เถียงกัน จากนั้นนายภาณุพงศ์ หรือแมน ได้ยิงข่มขู่ จำนวน 2 นัด ทำให้นายโกมณ หรือเล็ต อนุพันธ์ พร้อมกับแม่ (นางปภาพินท์ พวงทอง) ซึ่งอยู่ในบ้านเดินออกมาดูด้านนอกและพยายามห้ามปรามแต่ไม่เป็นผล

นายโกมินทร์ หรืออ้น และ นายโกมณ หรือเล็ต ได้เดินไปที่รถยนต์คันดังกล่าว นายภาณุพงศ์ หรือแมน ได้วิ่งตามไปทำให้อาวุธปืนที่พกในกระเป๋ากางเกงด้านหลังหล่นลงที่พื้นถนนจึงย้อนมาเก็บปืนและวิ่งตามไปยิงใส่นายโกมินทร์ หรืออั้น จำนวน 6 นัดได้รับบาดเจ็บล้มลง นายโกมณ หรือเล็ต เข้าไปประคองช่วยเหลือพี่ชาย จากนั้นนายภาณุพงศ์ หรือแมน ได้ใช้อาวุธปืนที่พกไว้อีกหนึ่งกระบอกออกมายิงใส่ทั้งสองคนจำนวนหลายนัด ทำให้นายโกมินทร์ หรืออ้น และ นายโกมณ หรือเล็ต ได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลังก่อเหตุนายภาณุพงศ์ หรือแมน พร้อมกับพวกได้พากันขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวหลบหนีไป จากนั้นได้รับแจ้งว่านายโกมินทร์ หรืออ้น ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาในวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดนครปฐม ซึ่ง ศาลจังหวัดนครปฐมอนุมัติหมายจับที่ จ.215/2565 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2565 ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปีนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์โดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปีนติดตัว, ร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน”

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายภาณุพงศ์ หรือแมนสรรพนา ผู้ต้องหาตามหมายจับได้ในพื้นที่ สภ.พุทธมณฑล นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ.พุทธมณฑล ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 3 คน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนทราบตัวผู้ร่วมกระทำความผิดแล้วจะติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องรวบรวมพยานหลักฐานในคดีให้รอบคอบ เพื่อให้สามารถดำเนินคดีลงโทษผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องได้จนถึงที่สุด ตามคติที่ว่า”คนดีต้องอยู่เย็นเป็นสุข คนร้ายต้องอยู่ร้อนนอนทุกข์” และขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะ อุสาหะ โดยเน้นย้ำให้ทำงานด้วยความรอบคอบตามหลักยุทธวิธีตำรวจที่ได้ฝึกทบทวนมาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียแก่ครอบครัวพี่น้องข้าราชการตำรวจ ตามที่ ผบ.ตร.ได้ฝากข้อห่วงใยใว้