รร.เอเชีย แอร์พอร์ต ปทุมธานี, วันที่ 22 มิถุนายน – ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่นายกสภาลูกเสือไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสภาลูกเสือไทย ประจำปี 2569 โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ, นางสาวพลอย ธนิกุล ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ และนายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ร่วมให้การต้อนรับ และเข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมกันวางแนวทางการพัฒนากิจการลูกเสือไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง
ก่อนเริ่มการประชุม ศ.ดร.ยศชนัน นำคณะผู้บริหาร และบุคลากรทางการลูกเสือร่วมยืนสงบนิ่ง เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ผู้ทรงมีพระเมตตาและทรงให้ความสำคัญต่อกิจการลูกเสือแห่งชาติมาโดยตลอด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยะอุตสาหะ ทรงมีพระราชดำริและพระปณิธานในการส่งเสริมกิจการลูกเสือไทยให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง อันเป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละและการอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างหาที่สุดมิได้

นายอัครนันท์ ในฐานะกรรมการสภาลูกเสือไทย กล่าวรายงานว่า สภาลูกเสือไทยมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายเพื่อความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าของคณะลูกเสือแห่งชาติ ให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ และพิจารณารายงานประจำปี ซึ่งในปีที่ผ่านมา สำนักงานลูกเสือแห่งชาติได้ดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องทุกระดับ มุ่งปลูกฝัง ฝึกฝน และพัฒนาเยาวชนให้ยึดมั่นในอุดมการณ์ลูกเสือ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมน้อมนำโครงการจิตอาสาพระราชทานมาเสริมสร้างจิตสำนึกพลเมือง บำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างเยาวชนไทยให้เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ
ทั้งนี้ ยังได้ดำเนินการสร้างความสัมพันธ์กับคณะลูกเสือนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาประสบความสำเร็จตามเป้าหมายทุกประการ ด้วยความร่วมมือจากลูกเสือ บุคลากรทางการลูกเสือ หน่วยงานการศึกษา สถานศึกษาทุกสังกัด ตลอดจนองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน

ด้านรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะลูกเสือแห่งชาติมีภารกิจสำคัญในการพัฒนาเยาวชนทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ และเป็นพลเมืองดีของสังคม จึงขอเน้นย้ำใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ เรื่องระเบียบวินัย ที่ต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน, เรื่องศีลธรรม เพื่อสร้างประเทศชาติให้น่าอยู่ และ การเป็นผู้ให้ ด้วยการแสวงหาความรู้และพัฒนาทักษะแห่งอนาคต เช่น การรู้เท่าทันภัยคุกคามทางไซเบอร์ การกลั่นแกล้งออนไลน์ ข่าวปลอม และการเข้ามาของเทคโนโลยี AI เพื่อให้ลูกเสือไทยรู้เท่าทันโลก ควบคู่กับการยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เคารพสิทธิและหน้าที่ของตนเอง นำความรู้ในโลกยุคใหม่มาบูรณาการร่วมกับคุณธรรมเพื่อเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ขอให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความภาคภูมิใจ ในฐานะผู้นำทางความคิดและแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน พร้อมขอให้ทุกฝ่ายร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการลูกเสือ ยกระดับการบริหารจัดการ และขยายเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้กิจการลูกเสือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างพลเมืองคุณภาพที่พร้อมอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติต่อไป

