หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม"รองโฆษก ตร." วอนทุกฝ่ายปฎิบัติตามมาตราการผ่อนคลายของ ศบค.กำหนดฯมีผลบังคับใช้วันนี้ วันแรก

“รองโฆษก ตร.” วอนทุกฝ่ายปฎิบัติตามมาตราการผ่อนคลายของ ศบค.กำหนดฯมีผลบังคับใช้วันนี้ วันแรก

วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวถึงตามที่มีราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 45) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 65 เป็นต้นไปพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีนโยบายผ่อนคลายมาตรการควบคุมและป้องกันโรคให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อผ่อนปรนให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถดำรงชีวิตและดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมได้ใกล้เคียงกับปกติมากขึ้น พร้อมได้กำชับทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วน ให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาล โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงไปกำกับดูแล พร้อมกำชับการปฏิบัติของทุกหน่วยในสังกัดที่เกี่ยวข้อง โดยให้ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ สร้างการรับรู้ มาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสตามแนวทางของ ศบค. และตามประกาศ คำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ของแต่ละพื้นที่อย่างเคร่งครัด รวมถึงการออกตรวจสอบ กวดขัน พร้อมให้คำแนะนำ สถานประกอบการ ร้านค้า ให้ปฏิบัติตามคำสั่ง ประกาศ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด ตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 45) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป

ซึ่งมีสาระสำคัญด้วยกัน 3 ด้านคือ 1.การปรับปรุงเขตพื้นที่จังหวัดตามพื้นที่สถานการณ์และการกำหนดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวเพิ่มเติม แบ่งเป็น พื้นที่เฝ้าระวังสูง 46 จังหวัด พื้นที่เฝ้าระวัง 14 จังหวัด พื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว 17 จังหวัด(จังหวัดอื่นดำเนินการบางพื้นที่)2.การขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการควบคุมและป้องกันโรค ของมาตรการควบคุมแบบบูรณาการ ข้อห้าม ข้อยกเว้น และข้อปฎิบัติสำหรับพื้นที่สถาการณ์ระดับต่างๆ รวมทั้งมาตรการเตรียมความพร้อมตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 37 ) และ (ฉบับที่ 44) ยังคงมีผลใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนด ฉบับที่(45)3.มาตรการควบคุมและป้องกันโรคสำหรับสถานบริการหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคทั่วราชอาณาจักร มาตรการควบคุมและป้องกันโรคสำหรับสถานบริการหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร์โรคทั่วราชอาณาจักร สถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกันทั่วราชอาณาจักร ที่มีที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เฝ้าระวังและเขตพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว

ซึ่งผ่านการตรวจมาตรฐานความสะอาดปลอดภัยป้องกันโรค COVID-19 รองรับสุขภาพดีวิถีใหม่ (Thai Stop Covid 2 Plus) ของกระทรวงสาธารณสุขโดยกรมอนามัยแล้ว และได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร หรือคณะกรรมกรโรคติดต่อจังหวัด แล้วแต่กรณี สามารถยื่นเรื่องขอเปิดให้บริการได้ โดยผู้ประกอบการหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบสถานที่ต้องจัดเตรียมสถานที่ให้เป็นไปตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (COVID – Free Setting)และต้องกำกับดูแลความพร้อมของบุคลากรผู้ให้บริการและผู้เข้ารับบริการให้ปฏิบัติตามเงื่อนไข เงื่อนเวลา และมาตรการป้องกันโรคต่าง ๆ ตามที่ราชการกำหนดขึ้นเป็นการเฉพาะ ดังนี้ 1. เปิดให้บริการ จำหน่ายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ไม่เกิน 24.00 น. และงดกิจกรรมที่ทำให้เกิดความแออัด2. ผู้ประกอบการ หรือผู้ให้บริการ (พนักงาน นักร้อง นักดนตรี บุคคลที่เกี่ยวข้อง) ต้องได้รับวัคซีนตามเกณฑ์และฉีดเข็มกระตุ้น รับการตรวจ ATK ทุก 7 วัน และคัดกรองความเสี่ยงด้วย Thai Save Thai (TST)3. ผู้ประกอบการ ต้องจัดให้มีการตรวจสอบประวัติการรับวัคซีนของผู้รับบริการ โดยต้องได้รับวัคซีนตามเกณฑ์และเข็มกระตุ้นเท่านั้น และผู้รับบริการต้องปฏิบัติตามมาตรการ (Universal Prevention) รวมถึงแนะนําให้ผู้ที่เข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงติดเช้ือโควิด- 19 ที่จะมีอาการรุนแรงหรือความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิต (กลุ่ม608) เลี่ยงการเข้าใช้บริการสถานที่ดังกล่าว

รวมถึงกิจการอื่นที่สามารถเปิดดำเนินการได้และได้ขออนุญาตเปิดกิจการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องปฏิบัติตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ได้แก่ สถานเสริมความงาม ร้านเสริมสวย ตัดผม ทำเล็บ สัก สปา นวดแผนไทย ยิม ฟิตเนสที่เป็นห้องปรับอากาศ โรงมหรสพ โรงละคร สถานประกอบกิจการอาบน้ำ อบสมุนไพร เป็นต้น

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่ออีกว่า ขอฝากประชาชสัมพันธ์ให้ประชาชน สถานประกอบการ ปฎิบัติตามคำสั่ง ประกาศ ข้อกำหนด ตามที่ ศบค. คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร หรือ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ที่ได้ประกาศออกมา และติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายและตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีกทั้ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ทุกหน่วยในพื้นที่เกี่ยวข้องประสานงานกับหน่วยร่วมปฏิบัติในพื้นที่ ออกตรวจสอบสถานประกอบการ แหล่งมั่วสุม หรือสถานที่มีประชาชนแออัดจำนวนมาก หากพบการฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ กำชับตำรวจทุกนายห้ามมีส่วนข้องเกี่ยวกับการกระทำความผิดทุกรูปแบบไม่ว่าจะโดยตรง หรือทางอ้อม หากตรวจสอบพบว่าพื้นที่ใดปล่อยปละละเลย หรือหย่อนยานจะพิจารณาดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญากับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกระดับต่อไปไม่มีข้อยกเว้นนอกจากนี้หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img