วันที่ 14 เม.ย. พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ.พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังจับกุมนายณัฐภัทร (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปีตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.2001/2567 ลงวันที่ 12 ธ.ค. 2567 ในข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จฯ” นอกจากนี้ยังมีหมายจับคดีลักษณะเดียวกันของศาลอาญา และศาลจังหวัดศรีสะเกษ อีกด้วย โดยสามารถจับกุมได้บริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษธนบุรี เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร
จากการจับกุมทราบว่าเมื่อช่วงต้นปี 2567 ผู้เสียหายรายหนึ่งได้ไปรู้จักกับคนร้ายผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ก่อนถูกชักชวนให้ร่วมลงทุน อ้างว่าผลตอบแทนสูง ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารในชื่อของผู้ต้องหารายนี้ และบัญชีอื่นๆ รวมความเสียหายแล้วกว่า 8 แสนบาทภายหลังไม่สามารถติดต่อกับคนร้ายได้อีก จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่า นายณัฐภัทร ซึ่งก่อนหน้านี้ติดคุกอยู่ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี และกำลังจะพ้นโทษออกมา จึงประสานกรมราชทัณฑ์ เพื่ออายัดตัวตามหมายจับฯทันทีที่ได้รับการปล่อยตัว สอบสวน นายณัฐภัทร ให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมคดีนี้มาก่อน ส่วนคดีบัญชีม้านั้นตนถูกชักชวนจากรุ่นพี่ชื่อเล่น “เนท” ให้เปิดบัญชีธนาคาร จำนวน 6 บัญชี ได้รับค่าจ้างมาเพียงแค่ 4,000 บาทเท่านั้น หลังจากเปิดบัญชีแล้วตนได้เดินทางโดยรถทัวร์จากหมอชิตไปยัง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนมีรุ่นพี่อีกคนมารับข้ามไปฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เพื่อไปทำการสแกนใบหน้า โดยอยู่ฝั่งประเทศกัมพูชานาน 3-4 วัน แล้วจึงกลับประเทศไทย
นายณัฐภัทร ให้การอีกว่า หลังจากนั้นไม่นาน ตนก็ถูกจับกุมคดีเสพและครอบครองยาเสพติด ศาลมีคำพิพากษาให้จำคุก 1 ปี 4 เดือ โดยเพิ่งพ้นโทษในวันนี้ แต่ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตอิสระ ก็ถูกอายัดตัวตามหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชนทันที จึงนำตัวส่ง สภ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

