หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม"พล.ต.อ.มนตรี" ยืนยันผลสอบข้อเท็จจริง 4 ตำรวจ ภ.1 ชุดคลี่คลายคดี "แตงโม" 30 วันรู้เรื่อง

“พล.ต.อ.มนตรี” ยืนยันผลสอบข้อเท็จจริง 4 ตำรวจ ภ.1 ชุดคลี่คลายคดี “แตงโม” 30 วันรู้เรื่อง

วันที่ 19 พฤษภาคม 2565 ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.มนตรี ยิ้มแย้ม ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่ง ตร.ที่ 217/2565 ลงวันที่ 12 พ.ค.2565 กรณี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม ร้องเรียนให้ดำเนินการตรวจสอบ 4 นายตำรวจ สังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ในคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม เนื่องจากเห็นว่าไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่กระทำการรวบรวมพยานและหลักฐานทุกชนิด เท่าที่สามารถที่จะกระทำได้ตลอดจนนำข้อมูลเท็จหรือพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเข้าสู่สำนวนการสอบสวน และไม่ทำคดีชันสูตรการตาย ไม่ตรวจสารเสพติด นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือ แซน และไม่อายัดเรือของกลางตั้งแต่แรก เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.อ.มนตรี กล่าวว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเชิญ นายอัจฉริยะ และ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เข้าให้ถ้อยคำในวันพรุ่งนี้ (20 พ.ค.)​ ซึ่งการสอบสวนจะดำเนินการตามประเด็นที่นายอัจฉริยะ ร้องเรียน โดยในส่วนของนายอัจฉริยะ จะสอบสวนในประเด็นที่ติดใจสงสัยรวมถึงพยานหลักฐานที่อ้างถึง ส่วน พ.ต.อ.จาตุรนต์ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี จะสอบสวนตามความรับผิดชอบในคดี ส่วน พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภาค 1 และพล.ต.ต.วสันต์ เตซะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.จ.นนทบุรี ได้ทำหนังสือแจ้งเข้ามาให้ข้อมูลแล้ว โดยใช้เวลาในการสอบสวน 30 วัน ก่อนจะสรุปผลการตรวจสอบว่ามีความผิดตามข้อร้องเรียนหรือไม่ ถ้าหากพบมีความผิด พร้อมกับเสนอบทลงโทษให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.พิจารณาสั่งการ

ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบพยานหลักฐานใหม่ ก็สามารถเสนออัยการนำเข้าประกอบสำนวนได้ ไม่ถือเป็นความบกพร่องของพนักงานสอบสวนที่ตรวจไม่พบตั้งแต่ต้น ยืนยันว่าการตรวจสอบทำด้วยความโปร่งใส ถึงแม้เป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อยตำรวจ(นรต.)​รุ่นเดียวกับ ผบช.ภ.1 ก็ตาม

พล.ต.อ.มนตรี ยืนยันว่า ในชั้นนี้เป็นแค่การตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ใช่การตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับตำรวจทั้ง 4 นาย และไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อลดกระแสสังคม แต่ต้องการทำความจริงให้ปรากฎ เพื่อไม่ให้สังคมเคลืบแคลงสงสัย ถึงกรณีดังกล่าว

ด้าน พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.มนตรี ยิ้มแย้ม ในฐานะประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริง ตรวจสอบกรณี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม ร้องเรียนให้ดำเนินการตรวจสอบตำรวจ 4 นาย ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ในคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม เนื่องจากเห็นว่าไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่กระทำการรวบรวมพยานและหลักฐานทุกชนิด เท่าที่สามารถที่จะกระทำได้ตลอดจนนำข้อมูลเท็จหรือพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเข้าสู่สำนวนการสอบสวน และไม่ทำคดีชันสูตรการตาย ไม่ตรวจสารเสพติด นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือ แซน และไม่อายัดเรือของกลางตั้งแต่แรก เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ตนมั่นใจสามารถชี้แจงได้ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการฯ ว่าจะเชิญตนเองหรือจะให้ถ้อยคำเป็นเอกสาร โดยตนเองก็พร้อมดำเนินการทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาตลอดระยะเวลาที่รับราชการไม่เคยมีเรื่องด่างพล้อย ทุจริต คอรัปชั่น และทำงานมาด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และการสืบสวนสอบทุกคดี ทำไปตามพยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานแวดล้อม และวัตถุพยาน และดำเนินการไปโดยรอบคอบ

ทั้งนี้มองว่า การตรวจสอบเป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้สังคมการคลายข้อสงสัยได้ ซึ่งตำรวจเป็นองค์กรหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และให้เกิดความเชื่อมั่นในวิชาชีพมากยิ่งขึ้น และเมื่อมีผู้ร้องเรียนไปที่ ผบ.ตร. ก็เป็นกระบวนการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อมีขั้นตอน มีการรับเรื่องแล้วก็ต้องส่งให้ผู้มีอำนาจในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และขอยืนยันกับประชาชนว่า การสืบสวนสอบสวน จะทำตามความรู้สึกความคิดไม่ได้ ต้องดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน โดยเฉพาะในคดีนี้ต้องฟังความเห็นของแพทย์ผู้ตรวจพิสูจน์เป็นหลัก

พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ยืนยันว่า ไม่กังวล และไม่เสียกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะเราทำงานด้วยความมั่นใจ ในการดำเนินคดีตามกรอบของกฎหมาย และระเบียบที่กำหนด การรวบรวมพยานหลักฐานเป็นหน้าที่ของเรา เพื่อรวบรวมสั่งฟ้องไปยังอัยการ ไม่ได้เสียกำลังใจ ส่วนประเด็นที่ถูกร้องเรียนมาใน 4-5 ประเด็นนั้น ก็สามารถชี้แจงได้หมด เพราะทุกอย่างอยู่ในสำนวน ซึ่งกระบวนการของอันการจะมีการทำความเห็นไป และย้ำว่าทุกอย่างทำตามขั้นตอนถูกต้องครบถ้วน

ส่วนจะมีการดำเนินการฟ้องกลับหรือไม่นั้น พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ระบุว่า ยังไม่ขอพูดถึงในตอนนี้ แต่หากผลการตรวจสอบของคณะกรรกทรออกมาถูกต้อง แล้วคณะทำงานไม่มีความผิด ก็ฝากไปถามด้วยว่า ผู้ร้องเขาจะพูดอย่างไรกับสังคม

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img