เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชั้น 2 อาคาร ซี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความ ได้พาพยาน 2 คนที่เคยเรียนเทรด Forex กับ ‘โค้ชเจมส์ All in’ ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ดีเอสไอตรวจสอบ และแถลงข่าวไปก่อนหน้านี้ว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่าย Forex ที่มีผู้เสียหายกว่า 500 คน มูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองคดีเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ข้อมูล
โดยทนายวิฑูรย์ บอกว่า พยานที่พามาวันนี้เป็นคนที่เข้าไปเรียนกับโค้ชเจมส์ ที่สอนเทรดAll in ซึ่ง และโดนปลูกฝังให้เทรด เพื่อให้ได้กำไรเยอะๆ ซึ่งโบรกเกอร์ที่เทรด ถือว่าเป็นโบรกเกอร์เถื่อน และไม่ได้รับอนุญาต ทั้งโบรกเกอร์บริษัท HFM / คิวอาร์เอส โกลบอล /อีสเทอร์เวล โดยในวันนี้อยากพาผู้เสียหายมาเพื่อให้ปากคำในฐานะพยานก่อน เพื่อให้สำนวนคดีเกิดความแน่นหนาขึ้น ทั้งนี้ พยานก็สามารถเปลี่ยนสถานะเป็นผู้เสียหายได้
นอกจากนี้ ตนเองยังมีข้อมูล ของบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล ด้วยว่า โบรกเกอร์บริษัทนี้ เป็นโบรกเกอร์ต่างชาติไม่มีบริษัทในประเทศไทย และมีคนเอาเงินไปฝากเพื่อไปเทรด Forex ซึ่งตนเองไปได้คำพิพากษาของศาลออสเตรเลีย ที่มีคำสั่งให้ปิดบริษัทดังกล่าวไปเพราะมีสินทรัพย์น้อยและเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ เมื่อวันที่ 4 เม.ย.2568 โดยตนเองจะนำหลักฐานชิ้นนี้มอบให้ดีเอสไอไปทำการตรวจสอบด้วย เพราะบริษัทคิวอาร์ เอส โกลบอล ยังมีการรับเงินเข้ามาอยู่เรื่อย ๆ โดยผ่าน Payment Gateway
ส่วนกรณีที่พยานกดเทรดเองแล้วเสียนั้น จะเป็นผู้เสียหายได้หรือไม่ ทนายวิฑูรย์ มองว่า ต้องไปดูที่ตัวระบบโปรแกรม เพราะพยานเกิดความเสียหายจากระบบขณะที่พยานทั้ง 2คนเล่าให้ฟังว่า เนื่องจากเคยเทรดคริปโตมาปีกว่า และเจอโค้ชเจมส์ จากการทำการตลาดจากโฆษณา ว่าสามารถพลิกชีวิตด้วยForex เลยเกิดอยากเรียนรู้วิธีการ เลยเริ่มเข้าไปศึกษา จากนั้นก็ได้เข้าไปงานสัมมนางานหนึ่ง ที่จัดขึ้นที่เชียงใหม่ ลักษณะชวนเข้าไปเรียนรู้ โดยเริ่มต้นจากการเปิดพอร์ต หรือเติมเงินเข้าไปเพื่อใช้ในการเทรด เพื่อเรียนรู้ เพราะโค้ชเจมส์เป็นกลุ่ม IB ครั้งแรกเติมเงิน 500 ดอลลาร์ ซึ่งในการสัมมนา จะมีการเอาโค้ช มาโชว์กำไรให้สมาชิกเข้าร่วมสัมมนารู้ว่าการ All in สามารถ รวยได้ และโค้ชเจมส์ ก็พาเทรดสดในงานสัมมนา ซึ่งวันแรกที่งานสัมมนา สามารถทำกำไรได้จริง และผู้บริหารโบรเกอร์HFM ก็มาแจกเงินด้วย เพื่อความน่าเชื่อถือ
หลังจากนั้นก็เริ่มติดตามโค้ชเจมส์ต่อ โดยเมื่อสมาชิกเปิดพอร์ต 500 ดอลลาร์ แล้วก็จะไดเข้ากลุ่ม Discord ซึ่งเป็นกลุ่มไพรเวทที่ใช้ในการพูดคุย มีประมาณ2-3หมื่นคน และเมื่อเข้าไปพูดคุยในกลุ่ม จะต้องเทรดขั้นต่ำ 3 ลอต ก่อนถึงจะได้ดูการเทรดของโค้ชเจมส์
ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีเงื่อนไขแตกต่างกันไป และจะแบ่งเป็น 3 เลเวล ตั้งแต่ 100 ดอลล่าร์ 500 ดอลล่าร์ สูงสุดคือ 5000 ดอลล่าร์ ถึงจะได้เจอการเทรดสดกับโค้ชครบทุกคน และโค้ชก็จะนำเทรดว่าให้เข้าซื้อที่จุดไหน และตัดขาดทุนจุดไหน แต่ลักษณะการเข้าซื้อ ด้วยเงินทุน จำนวนเงิน 500 ดอลล่าร์ ไม่สามารถเข้าเทรดตามโค้ชเจมส์ ได้ทุกไม้ เพราะโค้ชเจมส์สั่งซื้อในปริมาณมาก ๆ และโค้ชเจมส์มีสายป่านเงินทุนที่ยาว แต่สมาชิกเป็นเพียงแค่ตัวเล็ก เงินทุนน้อบ ก็อาจจะล้างพอร์ตหรือขาดทุนได้ เมื่อเทรดไปได้ไม่นาน ตนเองก็เงินหมด แล้วก็ไปงานสัมมนา ครั้งที่สองก็เติมเงินไปอีก 2,000 ดอลลาร์ และได้โบนัสอีกเท่าตัวทำให้เราทำคำสั่งซื้อขายได้มากกว่าเดิม และก็เข้าไปเทรดจนสุดท้าย พอตแตกแล้วก็หยุดไป ทำให้รวม ๆ ตนเองเสียจากการเทรด หลังจากเข้ากลุ่มกับโค้ชเจมส์ ไปประมาณ 3000 ดอลลาร์ หรือประมาณเกือบแสนบาท ในระยะเวลาที่เรียนรู้กับโค้ชเจมส์ประมาณ 1 ปี ตั้งแต่ เม.ย. ปี2568 และเมื่อตนเองไม่มีเงินเติมเพื่อให้อยู่ในกลุ่มได้ต่อ รวมถึงพอไปงานสัมมนากลับไปเจอคนที่เคยเทรดด้วยกันกลับมาอีก เลยทำให้คิดได้ว่าถ้ามีกำไรก็คงมาสัมมนากันต่อ เป็นที่มาของการหยุดกับโค้ชเจมส์
พยานยังเล่าต่อถึงการโอนเงินทุกครั้ง จะต้องการเติมเงินผ่านกานสแกนคิวอาร์โค้ด และเข้าบัญชีกลาง บริษัท เรนนี่ คอปเปอร์เรชั่น โดยโค้ชเจมส์จะได้กำไรจากค่าคอมที่ นักเรียนหรือคนที่เข้ามาลงทุนเปิดพอต เพราะทุกครั้งที่เปิดพอตจะต้องมีค่าธรรมเนียม
ทั้งนี้ เหตุผลที่ตนเองยังไม่แจ้งความ เพราะกลัวว่า หลักฐานข้อมูลอาจจะยังไม่เพียงพอ เนื่องจาก ตนเองเข้าไปเทรดเองด้วย อาจจะถูกอ้างได้ว่าเทรดเสียเองหรือไม่ เลยต้องการมาให้ข้อมูลกับดีเอสไอในวันนี้ไว้ก่อน

