หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม"ผบ.ตร." พร้อมคณะฯ เข้าหารือ "กัมพูชา" หลังเปิดปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทย ที่ถูกหลอกมาทำงานผิดกฏหมาย

“ผบ.ตร.” พร้อมคณะฯ เข้าหารือ “กัมพูชา” หลังเปิดปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทย ที่ถูกหลอกมาทำงานผิดกฏหมาย

วันนี้ 12 เมษายน 2565 เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และ ผอ.ศพดส.ตร. เดินทางโดยเครื่องบินมายังสนามบินกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ก่อนเข้าหารือกับ พล.ต.อ.เน็ท สะเวิน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประเทศกัมพูชา เพื่อขอบคุณสำหรับความร่วมมือในการเปิดปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทย ที่ถูกหลอกมาทำงานผิดกฎหมายในประเทศกัมพูชา หลังจากที่ ตำรวจไทยและกัมพูชาได้ร่วมเปิดปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยใน 3 เมืองหลักทั้งสองวันที่ผ่านมา คือ เมืองปอยเปต เมืองพระสีหนุ และกรุงพนมเปญ จนสามารถช่วยเหลือคนไทยออกมาได้ 66 คน แบ่งเป็นกรุงพนมเปญ จำนวน 31 คน เมืองพระสีหนุ จำนวน 31 คน สถานทูตที่พนมเปญ จำนวน 2 คน และเมืองบาร์เว็ท จำนวน 2 คน นอกจากจะได้กล่าวขอบคุณทางการกัมพูชาที่ให้ความร่วมมือในการเปิดปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยแล้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังได้หารือถึงแนวทางการนำพาคนไทยทั้งหมดเดินทางกลับประเทศไทย รวมถึงแนวทางความร่วมมือในการป้องกันการหลอกลวงคนไทยมาทำงานผิดกฎหมายในประเทศกัมพูชาอีกด้วย ขณะนี้คนไทยทั้งหมดที่ได้รับการช่วยเหลือยังอยู่ในความดูแลของตำรวจกัมพูชาทั้งที่เมืองพระสีหนุและกรุงพนมเปญแล้ว

โดยกลุ่มคนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือม่ากลุ่มล่าสุด ได้ยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า ยังมีคนไทยที่ถูกนายทุนจีนเคลื่อนย้ายหลบหนี ก่อนที่ตำรวจจะบุกเข้าทลายอีกจำนวนมาก ทั้งนี้เป็นเพราะข่าวการเปิดปฎิบัติการดังกล่าวมีการรั่วไหลไปก่อน จนบางส่วนสามารถย้ายจุดหลบหนีไปได้ หากจุดใดอพยพไม่ทันก็จะบังคับให้คนไทยเซ็นสัญญายอมรับหนี้สินเฉลี่ยหัวละ 1500 ดอลลาร์สหรัฐฯ

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ตำรวจไทยและตำรวจกัมพูชาจะต้องมีการประสานร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ต้องขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชาที่ได้ให้การช่วยเหลือส่งตัวคนไทยที่ถูกหลอกมาทำงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการค้ามนุษย์ นับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ได้มีการส่งคนไทยกลับไปยังประเทศไทยแล้วกว่า 700 คน และจากการประสานงานของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไทย กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา จนสามารถช่วยเหลือคนไทยเพิ่มเติมได้อีกจำนวน 66 คน

ขณะที่เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ระบุว่า ตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงวันนี้มีคนไทยเข้ามาขอความช่วยเหลือกรณีถูกหลอกมาทำงานผิดกฎหมายมากกว่า 2500 คนเฉพาะต้นปีนี้สามเดือนแรกมากถึง 250 คน เตือนคนไทยงานสบายมีรายได้สูงไม่มีอยู่จริง และอย่าตกเป็นเหยื่อมาหลอกลวงเพื่อนร่วมชาติ

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img