โครงการ Money Management & Investment “สมาคมแม่บ้านตำรวจ” เติมวัคซีนการเงิน ติดอาวุธแก้หนี้ แนะเคล็ดลับเกษียณสบาย

วันนี้ ตำรวจไทยกว่า 2 แสนนาย เป็นหนี้รวมกว่า 2.7 แสนล้านบาท “หนี้” เป็นปัญหาของข้าราชการตำรวจ ที่ “พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)” เล็งเห็นความสำคัญ ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินตำรวจ ทั้งการเจรจากับสถาบันการเงิน เพื่อลดดอกเบี้ย หาสวัสดิการด้านการเงิน เพื่อสะสางปัญหาให้ผู้ใต้บังคับบัญชา โครงการ Money Management & Investment

โดยสมาคมแม่บ้านตำรวจ เป็นหนึ่งในมาตรการร่วมแก้ปัญหา “หนี้ตำรวจ” วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตข้าราชการตำรวจ ลูกจ้างและครอบครับ โดยสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้รับการสนับสนุนจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย (ตลท.) จัดอบรมให้ความรู้ทางด้านการเงินจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ให้ความรู้การบริหารการเงิน บริหารจุดการหนี้สิน การวางแผนการเงิน การออม และการลงทุน

โครงการ Money management and investment ของสมาคมแม่บ้านตำรวจ มี คุณรัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ ภริยา พล.ต.อ.สุวัฒน์ ในฐานะนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เป็นประธานโครงการฯ คุณพรรณวดี ลดาวัลย์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้จัดการหัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาความรู้ตลาดทุน ตลท. คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ เป็นที่ปรึกษาโครงการฯ คุณณฐิกา ปิตะนีละบุตร ผู้ประสานโครงการฯ คุณรัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เปิดเผยว่า โครงการ Money Management & Investment เป็นหนึ่งในในโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ครอบครัวตำรวจประจำปี 2565 ตามนโยบาบายของ ผบ.ตร.

“การมีองค์ความรู้ด้านการบริหารการเงิน เป็นสิ่งจำเป็นของทุกคน ส่วนไหนตัดทอนได้ ทำอย่างไรให้มีเงินออมมากขึ้น ทำอย่างไรให้เงินทำงาน เอาชนะภาวะเงินเฟ้อที่ค่าเงินลดลง ของแพงขึ้น ทำอย่างไรให้มีเงินเพียงพอที่จะดูแลครอบครัวได้ ทำอย่างไรจะเกษียณอย่างสบาย โดยไม่ต้องมีหนี้สินเป็นภาระ สามารถต่อยอดเงินที่ได้จากการประกอบอาชีพ ให้กลายเป็นเงินลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเอง”

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เผย โครงการ Money Management & Investment จัดอบรม 4 ครั้งแล้ว เริ่มครั้งแรก เติมวัคซีนด้านการเงินให้แก่นักเรียนนายร้อยตำรวจที่กำลังจะจบการศึกษา ในหัวข้อ “ตํารวจยุค AI มั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน” จากนั้นสัมมนาให้กับข้าราชการตำรวจ ก่อนเปิดคอร์สเวิร์กชอปออนไลน์ ให้แก่ตำรวจและครอบครัวที่สนใจ

ล่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดอบรมอีกครั้ง ใน ธีม “จัดการเงินดี สุขใจไร้หนี้ มีพลังชีวิต” โดยกลุ่มเป้าหมายในครั้งนี้เป็นกลุ่มนักเรียนนายสิบตำรวจ กลุ่ม “ต้นน้ำ” ซึ่งกำลังจะเข้าสู่วัยเริ่มต้นการทำงาน เป็นการเติมความรู้รากฐานด้านการเงิน ใส่วัคซีนป้องกันหนี้สิน ให้แก่นักเรียนนายสิบตำรวจ สังกัดศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จำนวน 700 นาย โดยอบรมแบบออนไซต์ ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และอบรมออนไลน์ จากศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2

กลัดกระดุมเม็ดแรกทางการเงิน เริ่มต้นด้วยการออม วิทยากรคนแรก “คุณทิวา ชินธาดาพงศ์” หรือ “เซียนมี่” เซียนหุ้นสาย VI ชื่อดัง ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน กับการบรรยายให้หัวข้อ “เด็กจบใหม่ ลงทุนอะไรดี”

“เซียนมี่” จากทายาทร้านขายโจ๊ก ย่านราชวัตร เรียนจบ ม.3 เคยเป็นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เด็กหัวไม่ดี ที่ได้พลังบวกจาก “อาม่า” ซึ่งจะคอยให้กำลังใจ ไม่ตัดสินว่าเป็นคนไม่เก่ง แม้ผลการเรียนไม่ดี แต่เป็นคนเก่งได้เสมอ ทั้งยังปลูกฝังวินัยทางการเงิน ว่า ต้องไม่เป็นหนี้ “เมื่อไหร่เราเสียเงินซื้อของไม่จำเป็น วันหนึ่งเราต้องขายของที่จำเป็น เพื่อมาใช้หนี้” เซียนมี่ ยกคำสอนเรื่องวินัยการเงินจากอาม่า “เก็บออมเร็วได้เปรียบ การเก็บออมเป็นการติดกระดุมแรกที่ถูกต้อง แต่เมื่อไหร่สร้างหนี้ เป็นกระดุมเม็ดแรกที่ผิด เก็บออมก่อน เปลี่ยนชีวิต แม้เงินเดือนน้อย แต่ถ้าเราตั้งใจเก็บออม เราจะทำได้” ข้อคิดเรื่องการออมเงิน จากเซียนมี่

เซียนมี่ ให้ความรู้ เรื่องการลงทุนในหุ้น ที่เปรียบเหมือนการลงทุนทำธุรกิจ โดยที่เราไม่ต้องลงแรงไปทำ การทำธุรกิจทางอ้อม โดยการเริ่มลงทุนในหุ้นที่ดี มีหลายปัจจัย อาทิ ต้องมี Pricing power ขึ้นราคาได้เรื่อย ๆ สินค้าแบรนด์ดี อยู่ในอุตสาหกรรมที่เติบโต การแข่งขันน้อย ให้กำไรเทียบกับเงินทุนสูง หรือ ROE สูง, ต้องมีผลงานการเติบโต ที่ประจักษ์ชัด, อย่าซื้อหุ้นที่แพงเกินไป “ต้องพยายามออมก่อน อย่าลำบากตอนแก่ อย่าปล่อยให้เราแก่โดยไม่มีใครดูแล ต้องดูแลตัวเองตั้งแต่ต้น อย่าปล่อยให้ตัวเองแก่ แล้วมาตั้งคำถามว่าทำไมตอนนั้นใช้จ่ายแบบนั้น ทำไมตอนนั้นไปซื้ออะไรอย่างนั้น” เซียนมี่ ทิ้งท้าย

ชีวิตต้องวางแผนทางการเงิน จากนั้น เป็นการบรรยายเรื่อง “เงินทองต้องวางแผน ตอน ก้าวสู่ชีวิตวัยทำงาน” โดยคุณชยุต ปริญญาธนกุล วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ออกแบบแผนที่ชีวิต เพื่อพิชิตเป้าหมาย วางแผนทางการเงิน กำหนดสัดส่วนการใช้จ่าย ให้มี 3 ส่วน คือภาระค่าใช้จ่ายประจำ (เช่น หนี้สิน ค่าบัตรเครดิต ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ให้พ่อแม่ ) ค่าใช้จ่ายส่วนตัว (ค่ากิน อยู่ ท่องเที่ยว) เงินเก็บ ทั้งนี้เมื่ออยู่ในช่วงวัยเริ่มต้นทำงาน จนอายุ 40 ปี หากจะสร้างภาระค่าใช้จ่ายประจำ หรือ หนี้ สามารถทำได้ แต่ต้องไม่เกิน 40 % ของรายได้ มิเช่นนั้นอันตรายต่อการบริหารการเงิน ต้องวางแผนการใช้จ่าย ให้มีเงินเหลือเก็บไว้เป็นเงินออมเพื่อการลงทุน, สร้างอิสรภาพทางการเงิน สร้างรายได้จาก Active income หรือเงินจากการประกอบอาชีพใช้แรง ใช้ความรู้ทำงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อได้รายได้ เป็นต้นทุนไปสร้าง Passive income หรือรายได้ที่มาจากการลงทุน อาทิ เงินปันผล ค่าเช่า ฯลฯ เพื่อให้ Passive income มากพอที่จะเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือน

“ต้องกำหนดเป้าหมาย ต้องสำรวจสถานะทางการเงินของตัวเอง และต้องลงมือทำทันที” ลงทุน ทางด่วนเพื่อความมั่งคั่ง เช่น การลงทุนในหุ้น กองทุนรวมที่ได้ผลตอบแทนดี เก็บเงินเพื่อลงทุน โอกาสมีเงิน 8 หลัก หลังเกษียณ เป็นไปได้ รวมถึงการเลือกแผนการลงทุนในกองทุน กบข.(แบบใหม่) สหกรณ์ออมทรัพย์ ให้ถูกต้อง, หนี้ 4 แบบ มะเร็งทางการเงิน คุณชยุต วิทยากรจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังเน้นย้ำเรื่อง “หนี้” โดยระบุว่า หากมีหนี้ 4 แบบ นี้ นั่นคือ จุดเริ่มการเป็นมะเร็งทางการเงิน ประกอบด้วย หนี้นอกระบบ หนี้จากบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และ สินเชื่อส่วนบุคคล เมื่อเป็นหนี้ 4 ประเภทนี้ เป็นสัญญาณนำหายนะสู่ชีวิต ส่วนหนี้อีก 3 แบบ ทำให้เกิดปัญหาการจัดการทางการเงิน แต่อยู่ในระดับที่รับได้และเป็นการสร้างอนาคต ประกอบด้วย หนี้สินค้าเงินผ่อน 0% หนี้ผ่อนรถ หนี้ผ่อนบ้าน

“หากใครเป็นหนี้ที่เป็นมะเร็งทางการเงินอยู่ อย่าปล่อยให้มะเร็งมันลามสู่กระแสเลือด หากเป็นมะเร็งทางการเงิน ต้องแก้ปัญหา หากจ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ ถือว่าเริ่มเป็นมะเร็ง และไม่ว่าจะเป็นหนี้ประเภทใด ยอดหนี้รวม ไม่ควรเกิน 35 – 45% ของรายได้ต่อเดือน”

“ชีวิตเลือกได้ จะตามรอยรุ่นพี่ที่เห็นอยู่ว่ามีหนี้ เงินไม่พอใช้ แล้วต้องไปในทางที่ไม่ใช่ หรือเลือกวางแผนชีวิต วางแผนทางการเงิน เป็นจุดเริ่มต้นของความมั่งคั่ง” ข้อคิดจากวิทยากร

“การเก็บออมต้องมีวินัย รักษาวินัยทางการเงิน คนจะประสบความสำเร็จเรื่องการเก็บออมได้ไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ ไม่ได้ใช้สมองเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้หัวใจ ต้องมีหัวใจของการเก็บออม” คุณชยุต กล่าวย้ำเรื่องการออมเงิน

คู่มือการออม บริหารการเงิน เกษียณสบาย