ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย เข้ารับปริญญาบัตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ด้วยผลงานดุษฎีนิพนธ์ “พุทธวิธีเชิงบูรณาการแก้ปัญหาความขัดแย้งการเมืองไทยในปัจจุบัน” โดยมีครอบครัว บุตรสาว บุตรชายพร้อมญาติสนิทร่วมแสดงความยินดี

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาความขัดแย้งตลอด 4 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ว่า เหมือนกับที่สื่อมวลชนวิพากษ์วิจารณ์ว่ายังไม่เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรม ตนมองว่าการที่ทำให้สถานการณ์สงบโดยใช้มาตรา 44 หรืออำนาจต่างๆ ไม่สามารถทำให้เกิดสันติสุขอย่างยั่งยืน วิธีที่จะทำให้เกิดสันติสุขอย่างยั่งยืนคือการปรับความคิดให้เข้าใจตรงกัน อะไรที่ไม่สอดคล้องก็ขอให้ใช้เหตุและผลโดยตั้งอยู่บนความคิดดี ทำดี พูดดี ปรารถนาดีต่อกัน ส่วนอะไรที่ไม่ตรงกันก็ต้องดูว่าจะปรับอย่างไร ไม่อยากให้ผู้มีอำนาจใช้เพียงกฎหมายหรือมาตรา 44 หรือความกลัว อยากให้ใช้ความเข้าใจ เพราะคนไทยเป็นพี่น้องกัน คนไทยไม่ใช่คนพูดยาก ถ้าได้คุยกัน ได้ฟังกัน หาแนวทางร่วมกันไม่ว่าฝ่ายไหน สีไหน ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนการยกเลิกคำสั่งต่างๆ ของคสช. รวมถึงมาตรา 44 เป็นข้อเรียกร้องที่มีมานาน ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งผู้มีอำนาจควรคืนโอกาสในการแสดงความคิดเห็น ไม่อยากให้ใครกลัวความคิดเห็นที่แตกต่าง เพราะความคิดเห็นที่แตกต่างคือความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ ส่วนที่คสช.ใช้กลไกของภาครัฐเข้าไปตรวจสอบกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนั้น อยากให้ผู้มีอำนาจรับฟังพูดคุยกันด้วยเหตุและผล เมื่อมีความคิดเห็นแตกต่างแล้วมองกันเป็นศัตรูการแก้ไขจะยากขึ้น ควรคุยกันด้วยเหตุด้วยผล และสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกันจะดีกว่า

เมื่อถามถึงการลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อหากลุ่มสนับสนุนทางการเมือง คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า การดูดกลุ่มการเมืองเป็นวิธีโบราณ เป็นวิธีเก่าใช้มาจนรู้สึกไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ แต่เราไปบังคับผู้มีอำนาจไม่ได้ ท่านใช้วิธีการนี้เพื่อเข้าสู่อำนาจต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจเลือก แต่อย่างไรท้ายที่สุดประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ แฟร์หรือไม่แฟร์อย่างไร ท่านจะทำอะไรก็เอาให้เต็มที่เลย ปล่อยให้เต็มที่

เมื่อถามถึงกรณีนายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย จะยังยืนเคียงข้างกับพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ ว่า  ตนคิดว่า คนที่ทำงานเป็นตัวแทนของประชาชน ต่างคนต่างมีจุดยืนมีอุดมการณ์ และมีความรับผิดชอบต่อประชาชนของตนเอง ดังนั้นคิดว่า น้อยคนที่จะกล้าทรยศต่ออุดมการณ์และประชาชนของตนเอง

“คงไม่สามารถรับรองใครได้ แต่เชื่อว่า น้อยคนที่จะไป เพราะคนส่วนใหญ่ยังรักษาอุดมการณ์ รักษาความซื่อสัตย์ต่อประชาชน ส่วนคนที่ตัดสินใจไป ก็แล้วแต่ละคน บางคนคิดว่า ไปกับผู้มีอำนาจอาจจะเป็นเส้นทางที่ง่าย เพราะมีทั้งอำนาจเงินและอำนาจรัฐ แต่คิดว่า หลายคนไม่ได้คิดถึงแค่เรื่องเงิน ทุกคนไม่ได้เห็นแก่อำนาจ หลายคนยังมีอุดมการณ์มีจุดยืน และไม่กล้าทรยศกับชาวบ้านหรือประชาชน” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

เมื่อถามถึงการออกคำสั่งของผอ.เขตหลักสี่ที่ห้ามอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยทำกิจกรรมฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้ารวมถึงฉีดยากันยุงให้แก่ประชาชนในพื้นที่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ถ้าเป็นกิจกรรมอะไรที่ทำแล้วประชาชนได้ประโยชน์ก็ขออย่ามองเป็นการเมืองไปเสียทุกอย่าง ส่วนการออกคำสั่งของรัฐที่ห้าม ส.ส.ดำเนินการถือเป็นการใช้วิธีและบริบทเก่าๆ ของผู้มีอำนาจมาห้ามคนอื่นที่จะทำความดีให้กับประชาชน ทั้งนี้ ถ้ารัฐสามารถทำงานได้ดีนายสุรชาติ เทียนทอง อดีตส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย รวมถึงคนอื่นๆ คงไม่ต้องออกมาดำเนินการอะไร