นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรองผู้ว่ากทม. ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัครส.ส.เขตหลักสี่ และเป็นแกนนำ กปปส.สั่งห้ามทำกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนและให้เก็บป้ายของนักการเมืองออกทุกจุด โดยมีจดหมายของ ผอ.เขตหลักสี่ ไปถึงผู้อำนวยการสาขาพรรคเพื่อไทยเขตหลักสี่ว่า แม้ล่าสุดนายสกลธี  ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯจะออกมาปฎิเสธ ว่า ผอ.เขตเข้าใจผิดเอง นับเป็นความซวยของผู้อำนวยการเขต แต่ตนเองไม่เชื่อ เพราะเขตเลือกตั้งของตนที่เขตคลองสามวา ทางผู้อำนวยการเขตคลองสามวาโทรมาสั่งให้ปลดป้ายของตนเช่นเดียวกัน ซึ่งตนก็บอกไปว่า อยากปลดก็ยินดี แต่ถ้าป้ายของสภาวัฒนธรรมที่ตนเป็นประธานสภาฯติดในที่เอกชนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้อำนวยการเขตฯ จะโดนข้อหาลักทรัพย์ทำให้เสียทรัพย์แน่นอน  ที่สำคัญหากการช่วยเหลือประชาชน กทม. ทำได้ดี นักการเมืองก็คงไม่ต้องลงไปช่วยเหลือชาวบ้าน  เพราะวันนี้ฝนตกทีท่อก็ตันน้ำก็ท่วม

นายจิรายุ กล่าวว่า หากมองการเมืองต้องมองให้ลึก ซึ่งก็จะเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ กำลังเล่น 2 หน้าหรือไม่ เพราะภาพใหญ่ แม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาประกาศไม่เอา คสช. และด่าทุกวันในช่วงนี้ ซึ่งก็อาจเป็นแค่ หมอกจางๆ หรือควันเท่านั้นเอง เพราะดูแล้วพล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม. ก็เป็นลูกหม้อของ พรรคประชาธิปัตย์ แม้จะได้รับการแต่งตั้ง จากอำนาจ ม.44โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  แต่ที่ผ่านมาผู้ว่าฯก็ยังแต่งตั้งพลพรรคประชาธิปัตย์เข้ามามากมายในศาลาว่าการ กทม. นั่นหมายความว่า คสช. กำลังโดนหลอกให้รักหรือไม่ เพราะทางหนึ่ง ปชป. บอกเกลียด คสช. ทางหนึ่งก็ทำงานให้ คสช. สุดท้ายตนเลยไม่รู้ว่า ตกลงใครโดนหลอกกันแน่ระหว่าง คสช. และประชาชน

นายจิรายุ กล่าวว่า วันนี้ประชาชนชาว กทม. กำลังจับตามอง กทม. หากผู้ว่าฯอัศวิน ไม่รู้ว่า ข้าราชการการเมืองที่แต่งตั้งด้วยตนเองไปใช้อำนาจ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ไปเกี่ยวพันกับการจัดซื้อจัดจ้างอะไรบ้าง หรือไปสั่งให้เจ้าหน้าที่เขตพาไปพบชุมชนอ้างว่า มาติดตามงาน และเที่ยวไปสัญญาว่า จะให้ ทั้งๆที่หลายเขต แต่ก่อนมีทั้งผู้ว่า กทม. มี สส.,สก.,สข. จากพรรคประชาธิปัตย์แท้ๆ ยังทำไม่ได้  ซึ่งหากผู้ว่าฯไม่รู้ตนก็จะไม่ว่า อะไร แต่หากรู้ยังทำเพิกเฉย ก็หมายความว่า มีทฤษฎีสบคบคิดเกิดขึ้นจริง

“พลเอกประยุทธ์ น่าจะลองให้ทีมงานไป เอ็กเรย์ ดูว่าในกทม.มีข้าราชการการเมืองที่สังกัดพรรคการเมือง แต่งตั้งโดยผู้ว่าฯ ในตำแหน่งต่างๆไปกี่คน ที่ไปใช้อำนาจสั่งข้าราชการให้ลงพื้นที่จนข้าราชการเขต อึดอัดอย่างมาก หลายคนเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่เตรียมจะลง สส.กทม.ชัดเจนแถมควงนักการเมืองท้องถิ่นสังกัดพรรคตัวเองไปร่วมกันใช้ทรัพยากรของรัฐ อันมาจากภาษีประชาชนลงพื้นที่หาเสียงจนน่าเกลียด ตนขอเรียกว่าพวกนี้เป็นพวกไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ เอาเปรียบทุกๆด้าน   แต่ถ้าไม่คิดจะลง สมัคร สส. ตนจะขอถอนคำพูดและจะขึ้นป้ายยกย่องสรรเสริญ เพราะถือว่าทำให้กับประชาชน แต่หากวันไหนประกาศลงสมัคร สส. นั่นหมายความว่าที่ผ่านมาไม่ใช่สุภาพบุรุษและประชาชนเก็บข้อมูลไว้แล้วถึงวันนั้นชาวบ้านจะเป็นผู้ตัดสิน”

นายจิรายุ กล่าวว่าที่ผ่านมาเห็นว่า  พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ ม.44 แต่งตั้งผู้ว่าฯอัศวินเพื่อมาแก้ไขปัญหา ให้เกิดความเป็นกลางและโปร่งใส ปลอดพรรคการเมือง และแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมานานของกทม. แต่วันนี้กลับทำท่าจะซ้ำรอยเดิม  ซึ่งสำนักงานปราบโกงของพรรคเพื่อไทยในส่วนกรุงเทพมหานครก็จะดำเนินการตรวจสอบการใช้งบประมาณการใช้อำนาจในทางมิชอบ ของกทม. ซึ่งที่ผ่านมาปีกว่ามีผู้ร้องเรียนเข้ามาพร้อมข้อมูลมาที่พรรคอย่างน้อย 11 โครงการ และ 5 โครงการเป็นโครงการขนาดใหญ่  และสำนักงานปราบโกงจะนำข้อมูลร้อง ต่อ ปปช. ต่อไป