ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.1 บช.ทท. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเจ้าหน้าที่ NGO ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ จำนวน 3 ราย และช่วยเหลือเหยื่อคดีค้ามนุษย์ จำนวน 5 ราย ผลการปฏิบัติพบการกระทำความผิดโดยแสวงหาผลประโยชน์จากการค้าประเวณีบุคคล ดังนี้ 1.นางสาวหฤทัย หรือปู ธรรมมิตร อายุ 41 ปี 2.นางสาววัลลี หรือลี กองเกิน อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหล่มสัก ที่ 22/2561 ลงวันที่ 7 พ.ค.2561 3.นายสมบูรณ์ หรือบุญ บุญอยู่ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหล่มสัก ที่ 23/2561 ลงวันที่ 7 พ.ค.2561 ในข้อหา “กระทำการค้ามนุษย์โดยแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี ซึ่งเป็นการกระทำต่อบุคคลอายุไม่เกิน 15 ปี และบุคคลอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่ถึง 18 ปี นอกจากนี้ยังได้จับกุมผู้หญิงซึ่งเป็นเด็กในสังกัดของผู้ต้องหาจำนวน 22 คน เบื้องต้นแจ้งข้อหาข้อหามั่วสุมในสถานค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น รวมจำนวนทั้งสิ้น 22 คน เป็นชาวไทย 11 คน ชาวลาว 11 คน สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การจับกุมสืบเนื่องจากมูลนิธิพิทักษ์สตรีได้รับแจ้งข้อมูลจากพลเมืองดี ขอให้ช่วยตรวจสอบและช่วยเหลือเด็กและผู้หญิง กรณีพบหญิงสาว สัญชาติลาว อายุต่ำกว่า 18 ปี และมากกว่า 18 ปี ถูกแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ จากการสืบสวนได้ทราบว่านางสาวหฤทัย นางสาววัลลี และนายสมบูรณ์ มีพฤติการณ์เป็นธุระจัดหาเด็กและเยาวชนมาขายประเวณี โดยจะหลอกว่าพามาเป็นแม่บ้านทำงานบ้าน โดยจะมีค่านายหน้าและทำพาสปอร์ตในราคา 15,000 บาท จากนั้นจะส่งต่อให้กับนายหน้าที่จัดหาเด็กไปขายบริการ โดยจะมีการถ่ายรูปเด็กเก็บไว้ เพื่อให้ลูกค้าเลือก โดยคิดค่าบริการ 1,500-2,000 บาทต่อครั้ง จากนั้นจึงจะส่งเด็กให้ลูกค้า โดยจะหักค่านายหน้าจากเด็ก จำนวน 500 บาท

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์เปิดคาราโอเกะบังหน้า โดยมีการแนะนำเด็กในร้านรวมทั้งนัดหมายลูกค้าผ่านช่องทางแอปพลิเคชั่น Bee talk ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการแสวงหาประโยชน์จากกการค้าประเวณี มีการคิดค่านายหน้าและค่าตอบแทนจากเด็ก ชุดปฏิบัติการปราบปรามการค้ามนุษย์จึงได้ร่วมมือกับองค์กรภาครัฐและเอกชนสืบสวนหาตัวเครือข่ายผู้กระทำความผิด ทำการสืบสวนหาข่าวจนทราบถึงพฤติการณ์การจัดหาเด็กมาค้าประเวณีของนางสาวหฤทัย นางสาววัลลี และนายสมบูรณ์ จึงได้วางแผนเข้าจับกุม โดยสามารถช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกล่อลวงมาบังคับค้าประเวณีได้ จำนวน 5 คน เป็นชาวไทย 1 คน ชาวลาว 4 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานและคัดแยกเหยื่อเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันตรวจกวดขันสถานบริการ หอพัก โรงแรม ที่มีความเสี่ยงต่อการกระทำผิดค้ามนุษย์ต่อไป