เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2665 เวลา 09.30 น. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ รายงานว่า ศาลฯ นัดตรวจพยานหลักฐาน ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 180/2564 ระหว่าง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาวจันทร์จิรา ธนะพัฒน์ ที่ 1, นายจักรกฤษณ์ กลั่นดี ที่ 2 โจทก์ร่วม พันตำรวจเอกธิติสรรค์ หรือโจ้ อุทธนผล จำเลยที่ 1, พันตำรวจตรีรวีโรจน์ ดิษทอง จำเลยที่ 2, ร้อยตำรวจเอกทรงยศ คล้ายนาค จำเลยที่ 3, ร้อยตำรวจโทธรณินทร์ มาศวรรณา จำเลยที่ 4, ดาบตำรวจวิสุทธิ์ บุญเขียว จำเลยที่ 5, ดาบตำรวจศุภากร นิ่มชื่น จำเลยที่ 6, สิบตำรวจตรีปวีณ์กร คำมาเร็ว จำเลยที่ 7 การพิจารณา คดีจำกัดเฉพาะคู่ความ ทนายความ ผู้เกี่ยวข้อง และรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัย โดยจัดห้องพิจารณาคดีและห้องที่จัดไว้แก่สื่อมวลชน ประชาชน ผ่านระบบจอภาพศาลตรวจพยานหลักฐานและให้โจทก์ โจทก์ร่วม จำเลยทั้งเจ็ด และทนายจำเลยทั้งเจ็ดตรวจสอบแล้วจำเลยทั้งเจ็ดรับข้อเท็จจริงว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยทั้งเจ็ดรับราชการตำรวจสังกัดสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 4 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 20.00 นาฬิกา จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ร่วมกันจับกุมนายจิระพงศ์หรือ มาวิน ธนะพัฒน์ กับนางสาวกนกวรรณ คล้ายนิ่ม ได้ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ชนิดเกล็ดสีขาว (ยาไอซ์) จำนวน 3 ถุง น้ำหนักประมาณ 300 กรัม วันที่ 5 สิงหาคม 2564 เวลา 13.00 น. หลังจากนั้นตรวจค้นบ้านบิดานายมาวินไม่พบยาเสพติดที่ปรากฎในโทรศัพท์มือถือของนายจิระพงศ์หรือมาวิน จึงได้นำตัวไปสอบสวนขยายผลที่ห้องปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติด(ห้อง 05) สถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ จำเลยที่ 1 ได้ใช้ถุงพลาสติกที่ไม่มีช่องอากาศคลุมศีรษะจำนวนหลายใบโดยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 อยู่ในที่เกิดเหตุ และรับข้อเท็จจริงว่าอุปกรณ์ที่บันทึกเหตุการณ์ มี 6 ชิ้น เป็นของฝ่ายโจทก์ ฝ่ายจำเลย 2 ชิ้น ซึ่งดาบตำรวจซีวินเป็นผู้เปิดกล้องวงจรปิดดในห้องสอบสวนและเข้าสู่ระบบได้คนเดียวกับเป็นผู้บันทึกเหตุการณ์ตามวัตถุพยานของคู่ความซึ่งเป็นชุดเดียวกันทั้งหมด ศาลกำหนดประเด็น ดังนี้

ประเด็น 1 จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบหรือโดยทุจริตหรือโดยร่วมกันใช้ถุงคลุมศีรษะและข่มขืนใจนายจิรพงศ์หรือมาวินในการสอบสวนขยายผล ค้นหายาเสพติดหรือไม่, ประเด็นที่ 2 จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่อย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือโดยทุจริต โดยได้รวมกันใช้ถุงคลุมศีรษะและข่มขืนใจนายจิระพงศ์หรือมาวิน ในการสอบสวนขยายผลค้นหายาเสพติดหรือไม่ และประเด็นที่ 3 จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันฆ่นายจิระพงศ์หรือมาวิน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้ายหรือไม่

ศาลได้ให้คู่ความตรวจสอบจัดกลุ่มพยานกำหนดพยานในการไต่สวน 23 ปากให้สืบพยาน โดยยกเลิกนัดเดิมบางนัด คงมีนัดไว้เดิมและกำหนดนัดใหม่เพิ่มเติมนัดในวันเสาร์ที่ 5 วันเสาร์ที่ 12 และวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2565 เวลา 19.00 -16.30 น. รวมเป็น 7 นัด