นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ให้เปิดเผยถึงกรณีที่ อัยการสำนักงานปราบปรามการทุจริต นัดให้มารับทราบคำสั่งฟ้องคดีทุจริตการอนุมัติโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ ในวันที่ 9 พ.ค. นี้ ว่า จะเดินทางไปพบอัยการตามนัดไว้อย่างแน่นอน จากนั้นคาดว่าจะถูกนำตัวยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทันที แต่ได้เตรียมหลักทรัพย์ไว้เพื่อยื่นประกันตัวเรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ถูกกล่าวหารายอื่นๆ ในคดีนี้จะเดินทางมาพบอัยการในวันเดียวกันด้วยหรือไม่นั้น ไม่ทราบ สำหรับคดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 19 คน โดยคนอื่นๆ จะเดินทางมาพบอัยการอย่างไรตนไม่ทราบ ส่วนตัวก็จะไม่เลื่อนนัดอัยการเพราะพร้อมจะไปพบตามการนัดหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนัดให้ผู้ถูกกล่าวหาคดีนี้ อัยการแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหา 19 ราย มาพบที่ห้องประชุม 501 ณ อาคารสำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. หลังจากนั้นจะนำตัวผู้ถูกกล่าวหาพร้อมสำนวน เอกสารหลักฐานในคดีที่เริ่มต้นในชั้นคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และรับช่วงต่อมาถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปยื่นฟ้องยังศาลฎีกาแผนกคคีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ ในวันเดียวกันดังกล่าว

โดยสำนวนทุจริตการอนุมัติโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาตินั้น เป็นสำนวนคดีสุดท้ายในการตรวจสอบหลายโครงการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดได้รับสำนวนมาจาก คตส. โดยชุดแรกอัยการ รับมาเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2551 จากนั้นมีหลายส่วนทยอยส่งมา กระทั่ง คตส.ยุติหน้าที่ จึงเป็น ป.ป.ช.รับช่วงสำนวนคดีต่อ โดยคดีนี้ มีการตั้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการเอกชน ให้ได้โควต้าเป็นคู่สัญญาจัดซื้อจัดจ้างโครงการบ้านเอื้ออาทรกับการเคหะแห่งชาติ 7 โครงการ 7,500 ยูนิต มูลค่า 2,500 ล้านบาท และได้ชี้มูลความผิด นายวัฒนา และผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 10 ราย เป็นผู้ถูกกล่าวหารวมความผิด 3 ข้อหา ประกอบด้วย

1.เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้ซึ่งทรัพย์สินแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 – 400,000 บาท หรือประหารชีวิต

2.เป็นเจ้าพนักงานฯ เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการในตำแหน่งโดยไม่ชอบฯ ตามมาตรา 149 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 – 400,000 บาท หรือประหารชีวิต

3.ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามมาตรา 157 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปีหรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ