เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2565 ที่ ศปก.สภ.ทองผาภูมิ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร,และผอ.ศปทส.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.ปัญญา ปิ่นสุข ผบช.ประจำสนง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.มานะ กลีบสัตบุศย์ ผบก.ปทส.ฯพล.ต.ต.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี,พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.ทองผาภูมิ,ได้ร่วมกันแถลงการจับกุม ว่า ได้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดทองผาภูมิ มีผู้ต้องหารวม 5 ราย ดังนี้ (1. )นายรัชชานนท์เจริญทรัพย์ อายุ 30 ปี, (2.) นายศุภชัย เจริญทรัพย์ อายุ 34 ปี, (3.) นายจอแห่ง พนารักษ์ อายุ 38 ปี, (4.) นายกูกือ ยินดี อายุ 37 ปี, (5.) นายโชเอ ไม่มีชื่อสกุลอายุ 66 ปี

ซึ่งพนักงานสอบสวนไดัตั้งข้อหาในการกระทำความผิด รวม 9 ข้อหา 1.) ข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่าอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาต, 2.) ข้อหาร่วมกันล่อหรือนำสัตว์ป่าออกไปหรือกระทำให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าด้วยประการใดๆในเขตอุทยานแห่งชาติ, 3.) ข้อหาร่วมกันเข้าไปดำเนินกิจการใดๆเพื่อหาผลประโยชน์ในอุทยานแห่งชาติ, 4.) ข้อหาร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในอุทยานแห่งชาติ, 5.) ข้อหายิงปืนทำให้เกิดระเบิด หรือจุดดอกไม้เพลิงในเขต อุทยานแห่งชาติ, 6.) ข้อหาร่วมกันทิ้งสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิงซึ่งอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ในเขตอุทยานแห่งชาติ, 7.) ข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, 8.) ข้อร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”, 9.) ข้อหา นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในพื้นที่ อุทยานฯโดยไม่รับอนุญาต(วัวเข้ามาล่อเหยื่อ) และ 10.) ร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนฯ

โดยคดีนี้ ได้ตรวจยึด ของกลางในการกระทำผิด 1. ) ซากเสือโคร่ง จำนวน 2 ซาก น้ำหนัก 52.5 กิโลกรัม, 2.) อาวุธปืนลูกซองยาว จำนวน 1 กระบอก, 3.) อาวุธปืนยาว ขนาด .22 ติดกล้องเล็ง จำนวน 1 กระบอก, 4.) อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) จำนวน 2 กระบอก, 5.) กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 50 นัด, 6.) ปลอกกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 5 ปลอก

สำหรับคดีดีกล่าวนี้ เหตุเกิด ที่บริเวณป่า หมู่บ้านปีล๊อกคี่ ม.4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่9 ม.ค. 65 เวลาประมาณ 10.00 น.ที่ผ่านมา ต่อมาเมื่อวันที่ 12 ม.ค.65 เวลา 19.00 น. ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้ตรวจยืดซากเสือโคร่ง จำนวน 2 ซาก และอาวุธปืน ตามบัญชีของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน เพื่อให้สืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปีล๊อก และ สภ.ทองผาภูมิ ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ร่วมกันสอบสวนสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาวันที่ 13 มกราคม 2565 เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนทราบว่า คนร้ายที่ยิงเสือโคร่งดังกล่าว มี จำนวนทั้งสิ้น 5 คน มีภูมิลำเนาอยู่ที่ หมู่บ้านปีล๊อก ม.4 ต.ปีล๊อก อ.ทองผาภูมิฯ พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นต่อศาล ขออนุมัติออกหมายจับผู้กระทำผิดทั้งหมด ซึ่งศาลอนุมัติหมายจับที่1-5/2565 จึงเร่งสืบสวนติดตามหาตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ไม่พบตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จึงกดดันให้ ญาติ และ ผู้นำท้องถิ่น ติดตามติดต่อพบเจ้าหน้าที่เพื่อทำการสอบสวน จนกระทั่งเวลาประมาณ 09.30 น. ชุดปฏิบัติการได้รับแจ้งจาก นายประสาทแดงเถิน ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิฯ แจ้งว่า สามารถติดตามตัวผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 4 คน โดย พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.ทองผาภูมิ และ พ.ต.ท.ณวัสพล สารีบุตร สว.สภ.ปีล๊อก ได้ร่วมกันเดินทางไปรับตัวมาสอบสวน ที่ สภ.ทองผาภูมิ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม ตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 รายพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาที่ 1-4 ให้การรับสารภาพว่าพวกตนได้กระทำผิดจริงโดยอ้างว่า สาเหตุในการยิงเสือโคร่งครั้งนี้เนื่องจาก พวกตน มีอาชีพ เลี้ยงวัว , ควาย แต่เนื่องจากในช่วงนี้ วัว , ควาย ของพวกตนถูกเสือกิน ไปแล้ว กว่า 20 ตัว จึงนำอาวุธปืนที่พวกตนมีอยู่นำติดตัวไปเพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยง แล้วยิงเสือโคร่งไปจำนวน 2 ตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่อุทยานทองผาภูมิมาตรวจพบ ซึ่งขณะนั้นพวกตนตกใจจึงวิ่งหลบหนีไป ส่วนนายโชเอฯ ให้การว่าได้เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติจริง แต่ไม่ได้ร่วมยิงกับผู้ต้องหาที่ 1-4 แต่อย่างใด

ทั้งนี้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.กล่าวยืนยันว่า ตำรวจดำเนินการอย่างเข้มข้นและจริงจังกับเรื่องการค้าสัตว์ป่าและลักลอบฆ่าสัตว์ป่าโดยเฉพาะสัตว์ป่าสงวนที่ใกล้สูญพันธุ์ต่างๆเหล่านี้เป็นที่นานาชาติให้ความสนใจไม่ใช่เฉพาะที่ไทยอย่างเดียว จึงฝากประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนว่า การกระทำลักษณะดังกล่าวเป็นการกระทำที่มีอัตราโทษสูงและนานาชาติให้ความสนใจตามอนุญาสัญญาไซเตส

ด้าน พล.ต.ต.มานะ กลีบสัตบุศย์ ผบก.ปทส.กล่าวว่าในส่วนของอนุสัญญาไซเตส (CITES) ได้แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ การห้ามล่าห้ามค้าสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ตามธรรมชาติเด็ดขาดโดยเฉพาะเสือ กรณีทีเกิดขึ้นจะต้องดำเนินการตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติว่าด้วยเรื่องสัตว์ควบคุมที่ใกล้สูญพันธ์ และเสือเป็น1ในบัญชีรายชื่อที่ทางกรมทรัพยากรฯได้ประกาศเอาไว้และนานาชาติให้ความสนใจในเรื่องของการค้าและส่งออกเป็นสำคัญ จากนี้ทางตำรวจภูธรภาค7จะต้องมีการสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไปว่ามีประเด็นอะไรที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของการนำเข้าส่งออก ค้าซากสัตว์ที่ขัดต่ออนุสัญญาไซเตสหรือไม่

ส่วนคดีการล่าเสือดำที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้กับการล่าเสือโคร่งครั้งนี้ล้วนแต่เป็นการเข้าไปล่าเสือในเขตอุทยานทั้งสิ้นดังนั้นในแง่ของตัวบทกฏหมาย อัตราโทษในการดำเนินคดีไม่แตกต่างกัน