ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ แห่งประเทศไทย ในวันศุกร์ที่ 4 พ.ค. 2561 โดยมีตอนหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวถึงระบบการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร ว่า ที่ผ่านมานั้นเราคงคุ้นเคยการทำงานของบรรดาสมาชิกหรือ สส. ในสภาฯ  ที่แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ “ฝ่ายรัฐบาล กับ ฝ่ายค้าน” ซึ่งต่างก็ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองเหมือนกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า เรามักจะเรียกว่า “ฝ่ายค้าน” กับ “ฝ่ายรัฐบาล” ทำไมเราไม่ลองเรียกดู ว่าในทางปฏิบัติ ก็เรียกว่าฝ่ายหนึ่งคือ “ฝ่ายรัฐบาล” อีกฝ่ายหนึ่งคือ “ฝ่ายค้านและสนับสนุน” ฝ่ายค้านก็คือว่ามีการตรวจสอบ มีการทักท้วง แต่เรื่องใดก็ตามที่เป็นยุทธศาสตร์ชาติ เป็นนโยบายที่มีการปฏิรูป อันนี้ต้องสนับสนุนกัน ไม่อย่างนั้นก็ล้มกันไปหมด ก็เลยทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง ประเทศชาติก็ไม่มีแนวทางในการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน อาจเปลี่ยนชื่อไม่ได้ แต่ตนอยากให้สร้างความรู้สึกใหม่ๆขึ้นมา เรียกว่าฝ่ายรัฐบาล อีกฝ่ายก็ ฝ่ายค้านและสนับสนุน เพื่อจะได้มีการตรวจสอบด้วย ไม่อยากให้ค้านกันไปกันมาทุกเรื่อง ค้านก็เพื่อเป็นการตรวจสอบและถ่วงดุลในสิ่งที่มันควรจะเป็น “ติเพื่อก่อ” มีข้อเสนอแนะ บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง เพื่อสนับสนุนให้การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ไม่ว่าจะจากพรรคใดก็ไม่สำคัญ

“แต่ต้องมี “ธรรมาภิบาล” มีโครงการ มีแผนงาน มีนโยบายที่ถูกต้อง เหมาะสม ถ้าหากเป็นเช่นนั้นได้ เราก็จะเป็นการสร้างวัฒนธรรม “การปรองดอง” ที่ไม่ใช่การเอาชนะ คัดค้านกัน เหมือน “การโต้วาที” ที่มุ่งเป้าหมายของตัวเองเป็นหลัก โจมตีกันไป กันมา แล้วก็ปิดทุกประตูทางออก ปฏิเสธทุกข้อเสนอ ทุกความเห็นต่าง เหมือนพยายามผลักปัญหาเข้าสู่ “ทางตัน” สุดท้ายแล้วประเทศชาติ และเราทุกคน ก็เป็นผู้เสียหาย”  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว