เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2564 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. และ โฆษก บช.สอท. กล่าวถึงกรณีในปัจจุบันมีการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล”คริปโต” แพร่หลายมากขึ้นว่า การลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย เพราะเป็นรูปแบบหนึ่งของตลาดการลงทุน แต่เป็นสิ่งที่เหล่ามิจฉาชีพเห็นว่าเป็นแหล่งลงทุน จึงไปตั้งแอปพลิเคชั่น หรือออกเหรียญขึ้นมาหลอกๆ เพื่อให้นักลงทุนเอาไปลงทุน และหลอกว่ามีความน่าเชื่อถือ จะให้ผลกำไรที่ค่อนข้างสูง แต่ในความเป็นจริงเมื่อมีคนไปลงทุนแล้วก็หนีหายไป เป็นลักษณะเหมือนแชร์ลูกโซ่ การขายระบบเครือข่าย หรือเป็นการตั้งแอปฯ หลอกดึงข้อมูลส่วนบุคคล และไม่มีการเทรดฯเกิดขึ้นจริง

ในช่วงที่ผ่านมา บช.สอท. ได้รับแจ้งความถูกหลอกลวงในลักษณะนี้พอสมควร ซึ่งการทำหน้าที่ของ สอท. พบว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชนส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องการหลอกให้คนไปลงทุน มีการอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนที่สูง ช่วงแรกอาจได้รับผลตอบแทนตามจริง แต่สุดท้ายก็จะปิดแอปฯ หนีไป ทั้งนี้ยืนยันว่า สอท. มีทีมงานพร้อมทำคดีหากมีผู้ถูกหลอกลงทุนเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ เอาผิดผู้หลอกลงทุนในข้อหาฉ้อโกง,ฉ้อโกงประชาชน,พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า การลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการลงทุนรูปแบบใหม่ แต่อยากฝากเตือนผู้ที่ลงทุนว่า ขอให้ศึกษาให้ดี หากอยากทราบว่ามีแอปฯใด หรือยี่ห้อใดเป็นการลงทุนที่น่าเชื่อถือ สามารถเข้าตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของ ก.ล.ต. อีกส่วนเป็นเรื่องการติดตามข่าวสารทั่วไปจะมีบอกว่าแอปฯ ตัวใดสุ่มเสี่ยงกระทำความผิด เราก็อย่าไปตกเป็นเหยื่อ ซึ่งในเรื่องการลงทุนขอให้ตระหนักว่า อัตราการตอบแทนที่สูงเกินไป อาจตั้งข้อสังเกตและใช้ความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ให้นโยบายทุกหน่วย โดยเฉพาะ บช.สอท. บก.ปอท. เร่งสร้างการรับรู้ให้ประชาชนรับทราบถึงพิษภัยและอัตราโทษต่างๆ ของการกระทำผิดเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นรายวัน