หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม"รองฯ รอย" สั่งให้ทุกหน่วยวางมาตราการเข้ม ป้องกันเหตุทุกมิติ รับเทศกาลลอยกระทง "วิถีใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย"

“รองฯ รอย” สั่งให้ทุกหน่วยวางมาตราการเข้ม ป้องกันเหตุทุกมิติ รับเทศกาลลอยกระทง “วิถีใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย”

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2564 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.ปรท.ผบ.ตร. ได้มีหนังสือคำสั่ง เป็นวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติด่วนที่สุด ถึง (ผู้รับปฏิบัติ) ผบช.น., ผบช.ภ.1- 9, ผบช.ทท., ผบช.ก., ผบช.ส., ผบช.สตม. ผบช.ตชด., ผบช.สอท., ผบช.ปส., ผบช.สยศ.ตร., ผบช.สกบ., สพฐ.ตร., หน.ฝอ.ศปก.ตร. และ โฆษก ตร., ผบก.รน., ทล., รฟ., ป., ปคบ., สส. สท., บ.ตร. และ ลก.ตร. รวมถึงผู้รับทราบ ผบ.ตร., รอง ผบ.ตร. ในสายงาน ปป, สส และ มค, ผู้ช่วย ผบ.ตร. หรือตำแหน่งเทียบเท่า ในสายงาน ปป.,สส และ มค.โดยในหนังสือคำสั่งมีใจความระบุว่า “ด้วยนายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติให้หน่วยงานสามารถจัดงานประเพณีลอยกระทง ปี 2564ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 19 พ.ย.64 เพื่ออนุรักษ์สืบสาน และส่งเสริมประเพณีลอยกระทงที่ทรงคุณค่า ภายใต้แนวคิด “ลอยกระทง
วิถีใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย” พร้อมกำชับให้หน่วยงานในพื้นที่จัดงานลอยกระทงต้องมีมาตรการกำกับดูแล ความปลอดภัย เช่น ห้ามปล่อยโคมลอย งดเล่นดอกไม้ไฟ พลุ ประทัด รณรงค์ลอยกระทงปลอดเหล้า เป็นต้น

โดยการจัดกิจกรรมงานประเพณีลอยกระทงอาศัยหลักมาตรการปลอดภัยทางสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สำหรับองค์กร (COVID-Free Setting) อย่างเคร่งครัด ซึ่งในวันลอยกระทงจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยว ออกมาลอยกระทง ลอยประทีบโคมไฟ ตามแม่น้ำลำคลอง ทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก สถานที่บางแห่งมีการจัดงานประเพณีลอยกระทง งานแสดงแสง สี เสียง หรืองานเผาเทียน เล่นไฟ ซึ่งจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ดังกล่าว และทำให้เกิดปัญหาการจราจรปัญหาอาชญากรรม ปัญหาความเดือดร้อนรำคาญ และอันตรายที่เกิดจากการเล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัดและโคมลอย รวมถึงอาจมีมิจฉาชีพแอบแฝงเข้าไปประทุษร้ายต่อทรัพย์สินในสถานที่จัดงานต่างๆ ด้วย

เพื่อให้การดำเนินการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลประเพณีลอยกระทง ปี 2564 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้ทุกหน่วยปฏิบัติ ดังนี้
1.) มาตรการป้องกันอาชญากรรม
1.1 ให้หัวหน้าสถานีตำรวจกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ออกตรวจตราตามสถานบริการ สถานบันเทิง ชุมชน สวนสาธารณะ หรือสถานที่ที่คาดว่าประชนชนและนักท่องเที่ยวจะมีการรวมตัวเพื่อลอยกระทงจำนวนมาก เยาวชนกลุ่มเสี่ยง รวมถึงพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม เพื่อป้องกันการเกิดคดีที่เกี่ยวกับ
ชีวิต ร่างกาย เพศ และทรัพย์
1.2 จัดกำลังออกตรวจตราและปรากฎกายในสถานที่ที่ประชนชนและนักท่องเที่ยวจะมีการรวมตัวเพื่อลอยกระทงจำนวนมาก ตลอดจนสวนสาธารณะ สถานที่ที่มียานพาหน่ะจอดเป็นจำนวนมากเพื่อลดโอกาสในการกระทำความผิด จัดฝ่ายสืบสวนกดดัน ติดตามบุคคลเป้าหมาย หรือบุคคลพ้นโทษหรือผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในคดีเกี่ยวกับเพศและทรัพย์ในพื้นที่รับผิดชอบรวมทั้งควบคุมการจำหน่าย และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ที่ประชาชนไปลอยกระทง
1.3 ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ครู อาจารย์ ในสถานศึกษาเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในการระมัดระวังป้องกันมิให้เด็กและเยาวชนกระทำผิดหรือตกเป็นเหยื่ออาขญากรรม และอบายมุขประเภทต่าง ๆ รวมทั้งใช้มาตรการทางปกครองของสถานศึกษาเพื่อลดแรงจูงใจ ในการกระทำความผิดและหากพบการกระทำความผิดให้สืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับผู้อยู่เบื้องหลังหรือสนับสนุนให้กระทำความผิดด้วย
1.4 ประสานงานกับฝ่ายปกครอง หน่วยทหารในพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนผู้จัดงานเพื่อขอความร่วมมือในการป้องกันอาชญากรรมหรือภยันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมงาน โดยให้นำแนวทางการปฏิบัติตามโทรสาร ศปก.ตร.ด่วนที่สุดที่ 0001(ศปก.ตร.)/0171 ลงวันที่ 26 ก.พ. เกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณการจัดงานรื่นเริงมาประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสม
1.5 ให้ บก.รน. จัดเรือออกตรวจตราตามบริเวณลำน้ำเพื่อป้องกันและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทางน้ำ และประสานกับกรมเจ้าท่าตรวจความเรียบร้อย ความมั่นคงของโป๊ะหรือท่าเทียบเรือกรณีไม่อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยหรือช่อมแซมไม่ได้ ให้แจ้งผู้เกี่ยวข้องปิดประกาศห้ามใช้ให้เห็นชัดเจน มีเชือกกั้นเขตไม่ให้เข้าไปใช้บริการ มีการประชาสัมพันธ์ไม่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวลงไปเกินจำนวนที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ รวมทั้งเตรียมแผนเผชิญเหตุทางน้ำให้ชัดเจน
1.6 ให้สำรวจพื้นที่ที่มีการจัดงานประเพณีลอยกระทงขนาดใหญ่และคาดว่าจะมีประชนชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ให้จัดตั้ง ศปก.สน. เพื่อบริหารเหตุการณ์ จัดระเบียบพื้นที่ แล้วให้ บช.ภ. รายงานผลการสำรวจตามแบบรายงานที่กำหนดให้ ตร. ทราบ (ผ่าน ผอ.สยศ.ตร.) ภายในวันที่ 17 พ.ย.64 ทางแอปพลิเคชันไลน์ (Line) “กลุ่มงานแผน ตร.”
1.7 ในพื้นที่ตามข้อ ๑.๖ ในส่วนของ กทม. ให้ บข.น. ประสานการปฏิบัติกับ ก/ม. และหน่วยทหาร สำหรับในส่วนของ ภ.จว. ให้ประสานการปฏิบัติกับฝ่ายปกครอง และหน่วยทหาร ในการจัดเจ้าหน้าที่ร่วมดูแลความปลอดภัยในการจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ช่วงวันลอยกระทงและการตั้งเต็นท์กองอำนวยการร่วมส่วนหน้า รวมทั้ง ให้ บก.รน. จัดเจ้าหน้าที่ร่วมกับ กทม. และ ภ.จว. ที่มีหน่วย รน. ตั้งอยู่ในพื้นที่ ร่วมกันดูแลอำนวยความสะดวก ให้ความช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวในการตั้งเต็นท์กองอำนวยการร่วมส่วนหน้าในจุดที่รับผิดชอบพื้นที่ทางน้ำ
1.8 สร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือผู้ประกอบการสถานบริการ สถานบันเทิงต่างๆ ให้ปฏิบัติเป็นไปตามข้อกำหนดออกตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 35 ) ลง 15 ต.ค.64 คำสั่ง หน.คสช. ที่ 22/2558 ลง 20 ก.ค.58 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางและควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ และคำสั่ง หน.คสช. ที่ 46 /2559 ลง 29 ก.ค.59 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่22/2558
1.9 ให้สืบสวน หาข่าว จัดทำฐานข้อมูลโรงงานผลิตพถุ ประทัด เชื้อประทุ ดอกไม้เพลิงที่น่าเชื่อว่ามีการลักลอบผลิต รวมทั้งบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์รับจ้างผลิตสิ่งของดังกล่าวในพื้นที่ หากพบว่ามีการกระทำความผิดให้ดำเนินการจับกุมและเสนอเพิกถอนใบอนุญาต กรณีเคยเกิดเหตุ โรงงานทำดอกไม้ไฟ หรือพระเบิดในพื้นที่ให้เพิ่มความเข้มในการตรวจเพื่อป้องกันการเกิดเหตุร้ายซ้ำ
1.10 ประสานกับฝ้ายปกครองในการกวดขันสถานที่เก็บวัตถุ สารเคมีหรือดินปืนที่ใช้ผลิตดอกไม้เพลิง พลุ และประทัดให้อยู่ในสภาพปลอดภัย การป้องกันอันตรายจากการเกิดอุบัติเหตุขณะขนย้ายหรือการนำไปใช้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ สำหรับการอนุญาตให้ทำ นำเข้า หรือค้า ต้องปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท.310.2/ว 826 ลง 23 มี.ค.44 และ ด่วนมาก ลง 26 ต.ค.44 โดยสามารถดาวน์โหลดรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.thaicrimes.org

1.11 ร่วมกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นซึ่งมีอำนาจออกคำสั่งระงับและป้องกันเหตุเดือดร้อน ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา 25 (4 ) ม.26 ม.27 และ ม.28 พิจารณากำหนดที่ไม่สมควรให้มีการเล่นดอกไม้เพลิงเนื่องจากจะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
1.12 ขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกำหนมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงประเพณีลอยกระทงอย่างชัดเจนและบังคับใช้อย่างเคร่งครัด อาทิ การห้ามปล่อยโคมลอยหรือยิงบั้งไฟในพื้นที่ที่อยู่ในเส้นทางการบินของเครื่องบินเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง การงดเล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด รวมถึงการยิงปืนขึ้นฟ้าโดยไม่มีเหตุอันควร การรณรงค์ลอยกระทงปลอดเหล้า ด้วยการงดจำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่มมึนเมาในบริเวณที่ประชาชนไปลอยกระทงหรือใกล้เคียง รวมถึง ชี้แจงแก่วัดต่างๆ ถึงการปล่อยโคมลอยเพื่อเป็นพุทธบูชา ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นอย่างเคร่งครัด
1.13 ขอความร่วมมือผู้จัดงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพิ่มมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของกระทรวสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดอาทิ มีการจัดสถานที่ลอยกระทงเหมาะสมไม่แออัด มีจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าสถานที่ลอยกระทงรณรงค์สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเปอร์เซ็นต์ ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจลหรือน้ำสะอาดสบู่เหลว ก่อนหรือหลังทกิจกรรม

2.) มาตรการปราบปราม
2.1 การระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนเทศกาลวันลอยกระทง ให้เพิ่มความเข้มในการปราบปรามอาชญากรรม โดยยึดตามหนังสือ ตร. ด่วนที่สุด ที่ 0007.3/ 3247 ลงวันที่ 26 ต.ค.64 เรื่องการเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล
2.2 ให้กวดขันจับกุมผู้เล่นดอกไม้เพลิง พลุ และประทัด ในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ หรือในลักษณะที่น่าจะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประซาชน ในกรณีที่เป็นเด็กให้ดำเนินการกับผู้ปกครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2545 เพื่อให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนรับผิดชอบด้วยในส่วนของผู้ผลิต หรือ ผู้จำหน่ายดอกไม้เพลิง พลุ และประทัดที่ได้รับอนุญาตให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากตรวจพบว่มีการลักลอบผลิต จำหน่าย โดยผิดกฎหมายให้ดำเนินคดีทันที

3.) มาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่
3.1 ให้ บช.น., ภ.1- 9,ก., ทท. และ ตชด. กำชับหน่วยปฏิบัติให้เข้มงวดกวดขันป้องกันการฉวยโอกาส ของผู้ไม่หวังดีหรือผู้เสียผลประโยชน์ก่อเหตุร้ายในพื้นที่ต่างๆ เป็นกรณีพิเศษ โดยเพิ่มความเข้มในการตรวจตรารักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ สถานที่ที่มีชาวต่างชาตินิยมเดินทางไปท่องเที่ยว รวมทั้งสวนสาธารณะ แหล่งชุมชน พร้อมประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวางแผนร่วมปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว โดยเฉพ าะอย่างยิ่ง ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ หรือสถานที่ที่คาดว่าจะมีประชนชนและนักท่องเที่ยวจะมีการรวมตัวเพื่อลอยกระทงจำนวนมาก เพื่อป้องกันการหลอกลวงการขายสินค้า หรือบริการของกลุ่มมิจฉาชีพ แก๊งต้มตุ๋น ผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มผู้มีอิทธิพลรวมถึงการกระทำอนาจารที่อาจเกิดขึ้นได้ และระชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้นักท่องเที่ยวทราบ สำหรับใน กทม. ให้ บช.น. จัดกำลังข้าราชการตำรวจในพื้นที่ตามความเหมาะสม และสุนัชตำรวจ ออกตรวจตราให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญและฟื้นที่รอยต่อ
3.2 ให้ บช.ส. ดำเนินการด้านการข่าว รวบรวมช้อมูลข่าวสารพร้อมทั้งติดตามสถานการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีสิ่งบอกเหตุหรือมีความเคลื่อนไหวใดในการฉวยโอกาสก่อความไม่สงบ การลำเลียงยาเสพติดเข้ามายังพื้นที่ตอนใน หรือเหตุอื่นที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคง ให้รายงาน ตร. (ผ่าน ศปก.ตร.)ทราบทันที ทั้งนี้ให้ประสานข้อมูลกับ บช./ภ. ที่รับผิดชอบพื้นที่ทราบโดยตรงด้วย
3.3 ให้ ทท., สตม. และ ตชด. เพิ่มความเข้มในตรวจตราการกระทำผิดในการลักลอบขนย้ายยาเสพติดข้ามประเทศ และประสานหน่วยในพื้นที่ที่มีพื้นที่รับผิดชอบติดแนวชายแดนในการป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์
3.4 ให้ บช.น., ตชด. สกบ. และหน่วยที่มีเจ้าหน้าที่ชุดตรวจและเก็บกู้วัตถุระเบิดจัดชุดเตรียมพร้อมให้การสนับสนุนการปฏิบัติมื่อได้รับการร้องขออย่างเพียงพอและทันเวลา
3.5 ให้ สพฐ.ตร. จัดเตรียมความพร้อมเรื่องกำลังพล อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในการปฏิบัติหน้าที่โดยให้สามารถออกไปตรวจเก็บพยานหลักฐานได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีเหตุ
3.6 ให้ บ.ตร. จัดเตรียม ฮ. ไว้สนับสนุนการปฏิบัติตามที่ได้รับการร้องขอหรือสั่งการ

4.) มาตรการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร
4.1 จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ประจำในบริเวณสถานที่จัดงานลอยกระทง และเส้นทางหลักที่คาดว่าจะมีปัญหาจราจร
4.2 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมเส้นทางเพื่อรองรับการจราจรที่หนาแน่น และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทราบ

4.3ขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามกฎจราจรในพื้นที่การจัดงาน
อย่างเคร่งครัด

5.) มาตรการประชาสัมพันธ์
5.1 ให้โฆษก ตร. บช.น.. ภ.1-9.บซ.ก., บช.ทท. และ สท.ประชาสัมพันธ์ทางสื่อมวลชนทุกแขนง รวมถึงหอกระจายข่าวในหมู่บ้าน เพื่อแจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยว ขอความร่วมมือในการป้องกันอาชญากรรม หรืออันตรายที่จะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง โดยห้ามเล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด และโคมลอยในลักษณะที่จะสร้างความหวาดกลัวและก่อความเดือดร้อนรำคาญหรือเป็นอันตรายแก่ผู้อื่น การยิงปืนขึ้นฟ้าโดยไม่มีเหตุอันควร การแต่งกายไม่ควรประดับของมีค่าหรือนำทรัพย์สินติดตัวไปจำนวนมาก เพื่อป้องกันมีให้มิจฉาชีพที่ฉวยโอกาประทุษร้ายต่อทรัพย์ได้ ให้ระมัดระวังการใช้บริการโป๊ะ ท่าเทียบเรือ หรือพื้นที่ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวหนาแน่น เพราะอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย และให้ผู้ปกครองกำชับบุตรหลานให้ระมัดระวังเพื่มิให้ถูกหลอกลวงไปในทางมิซอบ หรือประพฤติตนไม่สมควร รวมถึงไม่ควรปล่อยให้เต็กไปเที่ยวงานโดยลำพัง และสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า 100 เปอร์เซ็นต์
5.2 ประชาสัมพันธ์ทางสื่อมวลชนทุกแขนงให้ประชาชนได้รับทราบประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับลงวันที่ 23 ก.ค. 55 เรื่อง กำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทาง พ.ศ.2555 ซึ่งกำหนดห้ามผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอยอล์บนทางในขณะขับขี่หรือในขณะโดยสารอยู่ในรถ หรือบนรถ และหากฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา *2 ให้ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 11,000.บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

6.) การปฏิบัติ
6.1 ให้หน่วยปฏิบัติที่รับผิดชอบพื้นที่ จัดทำแผน มาตรการในการป้องกันปราบปราม อาชญากรรมในช่วงเทศกาลลอยกระทงให้สอดคล้องเหมาะสมกับพื้นที่และสถานการณ์มากที่สุด พร้อมจัดทำแผนเผชิญเหตุ และชักซ้อมแผนเพื่อให้ปฏิบัติได้อย่างทันท่วงทีเมื่อมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นในพื้นที่
6.2 ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ควบคุม กำกับดูแล การปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด และประชุมชี้แจงการปฏิบัติให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทราบ เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้กับประชาชน รวมทั้งกำชับการแต่งเครื่องแบบ การใช้กิริยาวาจาให้สุภาพเหมาะสม เน้นย้ำให้ปฏิปัติตามหลักยุทธวิธีตำรวจและคู่มือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายงานป้องกันปราบปราม (Standard Operating Procedure : SOP) ควบคู่ไปกับมาตรการความปลอดภัยเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด
6.3 ให้ ผบก.น./ภ.จว. เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติของกำลังพลทุกหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่รับผิดซอบ โดยให้มีการประชุมวางแผนร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานต่างๆ ของ ตร. ในพื้นที่ เพื่อมอบหมายภารกิจและพื้นที่รับผิดชอบแก่เจ้าหน้าที่ให้ชัดเจนตั้งแต่บัดนี้จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ
6.4 ให้ บก. ในสังกัด บช.ก. ที่มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ บช.น. เป็นกำลังสนับสนุนการปฏิบัติในพื้นที่ บช.น. และกำลัง นปพ., กก.ตชต. และ บก.ในสังกัด บช.ก. ที่มีที่ตั้งอยู่ใน ภ.จว. เป็นกำลังสนับสนุนการปฏิบัติในพื้นที่ ภ.จว. โดยให้ขึ้นการบังคับบัญชากับ ผบก.น. และ ผบก.ภ.จว. แล้วแต่กรณี
6.5 ให้ทุกหน่วยประสานและสนับสนุนการปฏิบัติซึ่งกันและกันอย่างใกล้ชิด กรณีมีผลการจับกุมรายสำคัญ มีของกลางเป็นจำนวนมาก หรือเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ให้จัดแถลงข่าวในพื้นที่ทันที โดยดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
6.6 ให้มีการมอบหมายผู้รับผิดชอบในการควบคุม กำกับ ดูแลการปฏิบัติอย่างชัดเจนและ เป็นระบบ ตั้งแต่ระดับ บช., บก. และสถานีตำรวจ หากตรวจสอบพบว่ามีการปฏิบัติหน้าที่ไม่มีประสิทธิภาพปล่อยปละละเลยไม่สนใจในการปฏิบัติงาน ให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นพิจารณาลงโทษตามอำนาจหน้าที่

7.) การรายงาน
7.1 กรณีที่มีเหตุสำคัญเร่งด่วนให้รายงาน ตร. ทราบ โดย ผบก.น.1-9 ผบก.ภ.จว.หรือ ผบ.เหตุการณ์ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการรายงานคดีสำคัญทุกคดีที่เกิดขึ้นให้ ตร. ทราบ ผ่าน รอง ผบ.ตร.(ปป)และ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 1-5 ) รอง จตช. (ช่วยเหลืองาน ปป) ที่รับผิดชอบพื้นที่ ทราบ
7.2 ให้ ผค.สยศ.ตร. สรุปผลการระดมกวาดล้างฯ ตามข้อ 2.1. แล้วรายงานให้ ผอ.สยศ.ตร. เพื่อนำเรียน รอง ผบ.ตร.(ปป) ทราบส่วนหนึ่งด้วยจึงแจ้งมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดเคร่งครัด
“หนังสือคำสั่งดังกล่าวระบุ”

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img