นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมากล่าวหาอำนาจตุลาการ หลังศาลปกครองสูงสุดตัดสินคดีว่า กรณีกระทรวงการต่างประเทศเพิกถอนหนังสือเดินทางนายทักษิณ กระทำโดยชอบแล้ว ว่า ที่ฟ้องคดีนี้เพราะเพียงต้องการอยากเห็นกระบวนการยุติธรรมของไทยได้มีโอกาสปรับตัวจากการถูกปรามาส กล่าวหาว่าถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ไม่เป็นที่พึ่งของสังคมดำเนินการขัดหลักนิติธรรมสากล และเลือกปฏิบัติต่อคนเฉพาะกลุ่มเฉพาะฝ่ายมาโดยตลอด ต้องบอกว่า นี้คือการกล่าวหาใส่ร้ายอำนาจตุลาการอีกครั้งหนึ่ง สำนักงานเลขาธิการศาลปกครองควรแจ้งความดำเนินคดีฐานดูหมิ่นตุลาการ เพราะนี้ไม่ใช่การวิจารณ์โดยสุจริต ถ้าปล่อยไว้อาจทำให้เสียหายต่อสถาบันศาลได้

“ต้องบอกคุณทักษิณว่า อำนาจตุลาการยังเป็นที่พึ่งของประชาชนได้เสมอ การทำหน้าที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าอำนาจตุลาการไม่เคยเกรงกลัวต่อสิ่งใด นักการเมืองที่ทุจริตถูกตรวจสอบถ่วงดุลโดยอำนาจตุลาการมีติดคุกกันหลายราย นี้คือจุดที่ทำให้คุณทักษิณกล่าวหาอำนาจตุลาการอย่างรุนแรง ถามว่าใครจะไปสั่งการอำนาจตุลาการได้ เพราะมีอิสระในการตัดสินคดีไม่มีใครสามารถชี้นำได้ แล้วจะมากล่าวหาว่าถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองได้อย่างไร คดีไหนที่นายทักษิณ และพวกแพ้ ทางเดียวที่ทำได้คือทำลายอำนาจตุลาการ คดีที่มี 3 ศาล ถ้าศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ คุณทักษิณแพ้ ก็ยังไม่ทำลายอำนาจตุลาการ เพราะเผื่อไว้ยังมีศาลฎีกา พอศาลฎีกาแพ้อีก กระบวนการทำลายล้างก็จะตามมาทันที” นายราเมศ

โดยคดีนี้เป็นคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คือศาลชั้นสูงสุดในคดีปกครอง กระบวนการทำลายอำนาจตุลาการ จึงเริ่มขึ้นทันที คดีใดที่ตัวเองชนะคดี ก็จะเงียบ เพราะได้ประโยชน์ อย่างไรก็ตาม การพิจารณาของศาลไทย ไม่มีที่จะไปขัดหลักนิติธรรมสากล แต่การกระทำของนายทักษิณกับพวกต่างหากที่ขัดต่อหลักนิติธรรม คุณทักษิณ คงไม่เข้าใจความหมายของคำว่า นิติธรรม ที่หมายถึงการปกครองประเทศโดยกฎหมาย ความเสมอภาคกันในกฎหมาย และหลักการอีกหลายอย่าง แต่คุณทักษิณทำตรงกันข้ามกันทั้งหมด ก็ต้องติดตามต่อว่า รัฐมนตรีคนใดบ้างที่ออกหนังสือเดินทางให้คุณทักษิณและผู้เกี่ยวข้องก็จะต้องรับผิดชอบการกระทำที่ผิดกฎหมายต่อไป