ที่ศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลปกครองสูงสุด ได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1412/2559 ที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้นายวัฒนา เตียงกูล ทนายความ ยื่นฟ้อง อธิบดีกรมการกงสุล และ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 เรื่องออกคำสั่งโดยมิชอบ กรณีที่ผู้ถูกฟ้องทั้งสอง มีคำสั่งเมื่อวันที่ 26 พ.ค.58 ยกเลิกหนังสือเดินทาง 2 ฉบับ คือ หนังสือเดินทางเลขที่ U 957411 และเลขที่ Z 530117

โดยคดีนี้ นายทักษิณ ยื่นฟ้อง เป็นคดีต่อศาลปกครองกลาง หมายเลขดำ 2115/2558 อ้างว่า คำสั่งของอธิบดีกรมการกงสุล ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ยกเลิกหนังสือเดินทางนั้นเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากออกคำสั่งโดยไม่มีอำนาจ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอน เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมและใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 กำหนดให้ อธิบดีกรมการกงสุล ผู้ถูกฟ้องที่ 1 มีอำนาจยกเลิกหนังสือเดินทางของบุคคลนั้น ก็เป็นเพียงกฎระเบียบภายในฝ่ายบริหาร ไม่มีกฎหมายระดับพระราชบัญญัติให้อำนาจไว้ จึงขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย , ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

ซึ่งศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 ก.ย.59 ให้ยกฟ้องคดี เนื่องจากเห็นว่าข้อกำหนดเกี่ยวกับระเบียบการออกหนังสือเดินทางและเอกสารการเดินทาง ขั้นตอนและวิธีการในการขอหนังสือเดินทางและเอกสารฯ ต่อมา นายทักษิณ มอบอำนาจให้ทนายความ ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่ง ศาลปกครองสูงสุด วินิจฉัยแล้ว เห็นว่า การเพิกถอนหนังสือเดินทางไม่ได้มีผลโดยตรงในการห้ามการเดินทาง แต่เสรีภาพในการเดินทางไปต่างประเทศอาจถูกจำกัดได้ด้วยข้อกำหนดของแต่ละประเทศ และรัฐย่อมมีอำนาจกำหนดข้อปฏิเสธในการออกหนังสือเดินทาง เพื่อป้องกันผู้กระทำผิดหลบหนี และป้องกันไม่ให้มีการกระทำอันเสื่อมเสียแก่ประเทศชาติ

อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองสูงสุด เห็นว่า คำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางของกรมการกงสุลชอบด้วยกฎหมาย เพราะการให้สัมภาษณ์ของ นายทักษิณ กับสื่อมวลชนของประเทศเกาหลี ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงองคมนตรี ถ้อยคำดังกล่าว จึงเป็นปรปักษ์กับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์  อันเป็นการกระทบต่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิของประเทศตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง

ส่วนกรณีที่นายทักษิณ อ้างว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและไม่เป็นธรรมนั้น ศาลเห็นว่าการที่จะอ้างว่าเป็นการเลือกปฏิบัติไม่เป็นธรรมนั้น หากผู้ร้องเป็นผู้กระทำความผิดเอง ก็ไม่สามารถอ้างว่าหน่วยงานผู้ใช้อำนาจเรื่องการเลือกปฏิบัติได้ จึงถือว่า คำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางนั้นชอบด้วยกฎหมาย ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองกลางที่มีคำพิพากษายกฟ้องคดีดังกล่าว

ด้าน นายวัฒนา เตียงกูล ทนายความผู้รับมอบอำนาจ กล่าวภายหลังฟังคำพิพากษาว่า คำพิพากษาของศาลถือเป็นที่สุดแล้ว หลังจากนี้จะประสานไปยังนายทักษิณ เพื่อแจ้งคำพิพากษาของศาลให้รับทราบต่อไป

ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวจาก นายทักษิณ ชินวัตร ทันที หลังจากวันนี้ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลางว่า การเพิกถอนพาสปอร์ต นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ชอบด้วยกฎหมาย ล่าสุดนายทักษิณ ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว “https://twitter.com/ThaksinLive” ระบุว่า “วันนี้ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายกฟ้อง คดีที่ผมฟ้องกระทรวงต่างประเทศที่ยกเลิกหนังสือเดินทางผมโดยมิชอบ ซึ่งก็ไม่ได้เกินความคาดหมาย การที่ผมฟ้องไม่ใช่เพราะผมเดือดร้อนอะไร ที่ไม่ได้ใช้หนังสือเดินทางของไทย แต่ผมเพียงต้องการอยากเห็นกระบวนการยุติธรรมของไทยได้มีโอกาสปรับตัวจากการถูกปรามาส ว่าถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองจนไม่เป็นที่พึ่งของสังคม เพราะได้ดำเนินการไปโดยขัดหลักนิติธรรมสากล และเลือกปฏิบัติต่อคนเฉพาะกลุ่มเฉพาะฝ่ายมาโดยตลอด”