หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม“จตช. หิน” สั่ง จเรฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบ 'พ่อ ร้องตำรวจชัยภูมิ จับลูกค้ายา เงินหาย'

“จตช. หิน” สั่ง จเรฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบ ‘พ่อ ร้องตำรวจชัยภูมิ จับลูกค้ายา เงินหาย’

วันที่ 6 กันยายน 2564  พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช. ได้เปิดเผยว่า ตามปรากฏข่าวทางสื่อมวลชน กรณีนายบุญยืน กลิ่นศรีสุข ร้องเรียนตำรวจบุกค้นบ้าน  จับลูกชายข้อหาค้ายาบ้า หลังค้นเงินเก็บหายกว่า 3 หมื่นบาท พ่องัดวงจรปิดแจ้งความ ผ่าน 6 เดือน ยังไม่คืบหน้า จึงโพสต์ขอความเป็นธรรมผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ และมีการเผยแพร่ทางสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ เป็นกระแสวิจารณ์การทำงานของตำรวจ นั้น

กรณีดังกล่าวว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ จตร. (หน.จต.) จัดทีมงานจเรตำรวจลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกรณีดังกล่าว โดยเบื้องต้นพบว่า เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค.2564  มีเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ นำกำลังไปตรวจค้น บ้านของผู้ร้อง ในพื้นที่ อ.บำเหน็จณรงค์ จว.ชัยภูมิ และจับกุมบุตรชายผู้ร้องพร้อมยึดของกลางเป็นเงินสดและยาเสพติดพร้อมอุปกรณ์การเสพยาจำนวนหนึ่ง รวมถึงมีการจับกุมผู้ร้องกรณีครอบครองอาวุธปืน ซึ่งผู้ร้องระบุว่า หลังการตรวจค้นจับกุมมีเงินสดที่ได้มาจากการขายวัวสูญหายไปประมาณ สามหมื่นกว่าบาท โดยมีภาพวงจรปิดเห็นตำรวจชุดจับกุมถือกระเป๋าใส่เงินของผู้ร้อง จึงเชื่อว่าชุดตรวจค้นเป็นผู้นำเงินดังกล่าวไป โดยมีการร้องเรียนไปที่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ (ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ)  พร้อมกับได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ. บำเหน็จณรงค์ แล้ว ซึ่งทราบว่าทางพนักงานสอบสวน ได้ส่งเรื่องให้ สำนักงานป้องกันปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ จังหวัดชัยภูมิ (ป.ป.ท.) เพื่อพิจารณาดำเนินการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาชี้มูล อีกส่วนหนึ่ง

อย่างไรก็ดี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งต่อผู้ร้อง และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ให้ทางจเรตำรวจเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้วรีบรายงานผลให้ทราบ หากพบว่า มีมูลความจริง ก็ต้องมีการดำเนินการทางวินัยต่อตำรวจที่เกี่ยวข้องต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ โฆษก บช.ภ.3 ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าว เหตุเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2564 เวลาประมาณ 12.00 น. พ.ต.ท.ปัญญา พิสิฐปภา สว.สส.สภ.บ้านเขว้า ปฏิบัติหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดของภ.จว.ชัยภูมิและเป็นเจ้าพนักงานของ ป.ป.ส. พร้อมกับพวกรวม 7 คน จับกุมนายเสรีฯ ได้พร้อมยาบ้า 89 เม็ด ได้ที่ ต.โคกเริงรมย์ อ.บำเหน็จณรงค์ จว.ชัยภูมิ    

นายเสรี รับสารภาพว่า ได้ซื้อยาบ้ามาจากนายศิวะพันธ์หรือต๊ะ ภูมิอาจ พร้อมนำ พ.ต.ท.ปัญญา มาชี้บ้านพักของนายศิวะพันธ์ฯ พ.ต.ท.ปัญญาฯกับพวกจึงเข้าไปที่บ้านหลังที่นายเสรีฯนำชี้เป็นบ้านเลขที่ 85 หมู่ 10 ต.บ้านชวน อ.บำเหน็จณรงค์ จว.ชัยภูมิ มีนายบุญยืน กลิ่นศรีสุข แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน โดยขณะนั้นก็มีนางสมคิด กลิ่นศรีสุข ภรรยายืนอยู่ด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวแสดงบัตร ป.ป.ส.ตามกฎหมายให้นายบุญยืนและนางสมคิดตรวจสอบแล้วก็เริ่มตรวจค้น

ขณะที่เข้าตรวจค้นในห้องพักบนชั้น 2 ของบ้านพบนายเกียรติศักดิ์ หรือท๊อป กลิ่นศรีสุข บุตรของนายบุญยืนฯกำลังเสพยาบ้าอยู่พอดีจึงเข้าจับกุมแต่นายเกียรติศักดิ์ฯส่งเสียงเอะอะโวยวายขัดขืนต่อสู้ตำรวจที่เข้าจับกุม นายบุญยืนฯจึงพยายามเข้าไปช่วยและสอบถามตำรวจว่า    “เข้ามาเนี่ยเอายาเสพติดมายัดด้วยหรือเปล่า”  ส.ต.ท.ศิวนัฐ กลางชาติ ตำรวจในชุดที่เข้าตรวจค้นนั้นจึงควักเงินในกระเป๋าทั้งด้านข้างและหลังออกมาให้นายบุญยืนดูและบอกว่า”นี่เงินของผมนะ ไม่มียาบ้าอะไรทั้งนั้น” ซึ่งนายบุญยืนก็ดูแล้ว ส.ต.ท.ศิวนัฐ  จึงนำเอาเงินเก็บใส่กระเป๋ากางเกงเช่นเดิม ต่อมาก็เข้าตรวจค้นห้องพักของนายศิวะพันธ์หรือต๊ะฯ พบเงินสดจำนวน 13,460 บาท ซึ่งขณะตรวจค้นก็มีนางสมคิดและนายลิขิต กลิ่นศรีสุข บุตรชายยืนเฝ้าดูการตรวจค้นของตำรวจโดยตลอด  

ส่วน ร.ต.อ.โชติพิพัฒน์ สิทธิวงศ์ ตรวจค้นพบอาวุธปืนแก๊ปและกระเป๋าเอกสารจึงนำมาถือไว้    การตรวจค้นบ้านพักของนายบุญยืน และจับกุมตัวในครั้งนี้ มีการถ่ายภาพและทำบันทำประกอบโดยละเอียดทุกขั้นตอนปราศจากข้อสงสัยไม่ว่าจะเป็นกรณีว่า ตำรวจลักทรัพย์เงินขณะเข้าตรวจค้นหรือไม่ ยืนยันว่า ไม่มีการลักทรัพย์เงินแต่อย่างใด เงินที่ตรวจค้นได้ ตำรวจชุดตรวจค้นจับกุมได้ทำบันทึกและถ่ายภาพไว้ทั้งหมดโดยมีนายบุญยืนฯเจ้าบ้าน ภรรยาและบุตร เฝ้ายืนดูและลงชื่อในบันทึกไว้ การทำร้ายร่างกายเกิดจากการกอดรัดต่อสู้กันระหว่างนายเกียรติศักดิ์ฯกับเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะเข้าจับกุมตัว และต่อมาเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2564 นายบุญยืนฯ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสภ.บำเหน็จณรงค์ กล่าวหา พ.ต.ท.ปัญญาฯ กับพวก ในข้อหา ทำร้ายร่างกาย, ลักทรัพย์ฯ, ทำให้เสียทรัพย์ ความผิดตาม ม.157 ซึ่ง ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิได้ตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดเข้าเป็นพนักงานสอบสวนและยืนยันว่า จะให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแน่นอน  ซึ่งก็จะมีกระบวนการยุติธรรมอื่นๆ เช่น พนักงานอัยการเข้าตรวจสอบอีกชั้นหนึ่งต่อไป

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img