“เป็กกี้ ศรีธัญญา” หอบหลักฐานสลิปโอนเงินกว่า 2 แสนบาท แจ้งความเอาผิด “บุ๋ม ปนัดดา” กับพวก 3 ข้อหา รับหมดศรัทธา หลังเคยเชื่อใจบริจาคช่วยเหลือสังคม

เป็กกี้ ศรีธัญญา และทนายแก้ว มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล

น.ส.ดรุณี สุทธิพิทักษ์ หรือ เป็กกี้ ศรีธัญญา นักแสดง พร้อมด้วยนายมนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว ทนายความส่วนตัว นำหลักฐานสลิปการโอนเงิน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม อดีตประธานและผู้ก่อตั้งมูลนิธิองค์กรทำดี หลังบริจาคเงินให้มูลนิธิกว่า 200,000 บาท

คุณเป็กกี้ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตัดสินใจเข้าแจ้งความในวันนี้ เพราะต้องการทราบว่าเงินที่บริจาคไปถูกนำไปใช้จ่ายในเรื่องใดบ้าง โดยยอมรับว่า ที่ผ่านมาเชื่อมั่นในตัวพี่บุ๋มร้อยเปอร์เซ็นต์ และไม่เคยขอใบเสร็จรับเงินเพื่อนำไปลดหย่อนภาษี เพราะบริจาคด้วยความศรัทธาและต้องการช่วยเหลือสังคม

ย้อนกลับไป จุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้จักและเกิดความประทับใจในตัวพี่บุ๋ม มาจากกรณีที่ตนเคยร้องขอให้พี่บุ๋มเข้าช่วยเหลือแดนเซอร์ของตัวเองที่ถูกทำร้าย ซึ่งพี่บุ๋มก็เดินทางเข้าไปช่วยเหลือจริง ทำให้รู้สึกว่าเป็นคนที่ทำงานเพื่อสังคม ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง จึงตัดสินใจเลือกบริจาคให้มูลนิธิองค์กรทำดีครั้งแรก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยบริจาคเงินให้ใครมาก่อน

เป็กกี้บริจาค 3 ครั้ง รวม 205,555 บาท

โดยการบริจาคทั้ง 3 ครั้ง ประกอบด้วย ครั้งแรกในปี 2566 จำนวน 55,555 บาท ครั้งที่ 2 ในปี 2567 ช่วงสถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือ จำนวน 50,000 บาท และครั้งที่ 3 ในปี 2568 ช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวน 100,000 บาท รวมเป็นเงิน 205,555 บาท

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมครั้งล่าสุด เดิมตั้งใจจะบริจาคให้มูลนิธิอีกครั้ง แต่เห็นว่ามีหลายหน่วยงานและบุคคลอื่นเข้ามาช่วยเหลือแล้ว จึงเปลี่ยนไปบริจาคให้กับองค์กรช่วยเหลือสุนัขและแมวแทน

ความศรัทธาหายไปหมด หลังตำรวจออกหมายจับบุ๋ม ปนัดดา

เป็กกี้ ยอมรับว่า ช่วงแรกที่เริ่มมีกระแสข่าวเกี่ยวกับมูลนิธิ ยังไม่เชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะมองว่าพี่บุ๋มไม่น่าจะนำชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่สร้างมาไปแลกกับเรื่องเงินแบบนี้ แต่เมื่อมีข่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งตำรวจออกหมายจับ ก็รู้สึกตกใจและผิดหวังอย่างมาก วันนี้เหมือนใจสลาย ความศรัทธาที่เคยมีกลับหายไปหมด

พร้อมเล่าว่า ครั้งหนึ่งตนเคยสัมภาษณ์พี่บุ๋มในรายการหนึ่งและพี่บุ๋มบอกว่าตนเองเป็นหนึ่งในคนแรก ๆ ที่บริจาคเงินให้มูลนิธิ ซึ่งหลังจากนั้นทำให้มีทั้งดาราและประชาชนร่วมบริจาคตามมาอีกจำนวนมาก ตอนนั้นรู้สึกดีใจและอิ่มบุญที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น กลับรู้สึกเหมือนตัวเองทำบาป

ส่วนกระแสที่มองว่าการแจ้งความครั้งนี้เป็นการแก้เกี้ยว หลังจากเคยช่วยประชาสัมพันธ์และแชร์โพสต์ของพี่บุ๋มนั้น เป็กกี้ยืนยันว่า ไม่เคยขอให้พี่บุ๋มมาร่วมทำกิจกรรมใด ๆ กับตัวเอง และการแชร์โพสต์ที่ผ่านมาเป็นเพียงการสนับสนุนด้วยความบริสุทธิ์ใจ ส่วนการช่วยเหลือมีเพียงกรณีแดนเซอร์ของตัวเองที่ถูกทำร้ายเท่านั้น และหากในอนาคตจะถูกดำเนินคดีจากการแชร์โพสต์ ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะยืนยันว่าทุกอย่างทำไปด้วยเจตนาบริสุทธิ์

เป็กกี้ยัง ระบุด้วยว่า เงินที่นำมาบริจาคเป็นเงินที่หามาด้วยความยากลำบาก หลังจากนี้คงต้องหยุดบริจาคไปก่อน เพราะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าองค์กรไหนทำงานจริงหรือไม่ ยอมรับว่าเป็นคนใจบางและชอบทำบุญ แต่เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นก็ทำให้ต้องกลับมาทบทวนความเชื่อมั่นของตัวเอง

เมื่อถามว่ามองว่าปัจจัยอะไรทำให้พี่บุ๋มเปลี่ยนไปหรือไม่นั้น เป็กกี้ ระบุว่า ไม่ทราบว่าเปลี่ยนไปภายหลัง หรือแท้จริงแล้วเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่แรก พร้อมยอมรับว่าหลังจากฟังตำรวจแถลงข่าว รู้สึกอึ้งมาก และเชื่อว่าประชาชนที่ติดตามข่าวก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน ส่วนตัวไม่มีอะไรอยากฝากถึงพี่บุ๋ม เพราะกลัวคำตอบที่จะได้รับ และไม่รู้ว่าจะเป็นคำตอบที่จริงหรือไม่

ทนายแก้วรับมอบอำนาจมูลนิธิวายไลฟ์ของโอ๊ต ปราโมทย์ แจ้งความเพิ่ม

ด้านทนายแก้ว กล่าวว่า การที่คุณเป็กกี้เคยแชร์โพสต์ประชาสัมพันธ์ของบุ๋มนั้น ไม่ได้มีส่วนได้เสียหรือได้รับผลประโยชน์ใด ๆ เพียงต้องการช่วยประชาสัมพันธ์เท่านั้น และวันนี้คุณเป็กกี้เดินทางมาแจ้งความในฐานะผู้เสียหายรายหนึ่งที่บริจาคเงินให้มูลนิธิเท่านั้น

นอกจากนี้ ทนายแก้ว กล่าวเพิ่มด้วยว่า ยังได้รับมอบอำนาจจากมูลนิธิวายไลฟ์ ของโอ๊ต ปราโมทย์ ศิลปินชื่อดัง ได้ให้เข้าแจ้งความดำเนินคดีด้วย เนื่องจากมีการบริจาคเงินให้มูลนิธิองค์กรทำดีจำนวน 150,000 บาท และได้รับหนังสือแจ้งกลับว่ามีการรับมอบเงินเรียบร้อยแล้ว พร้อมจะนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ แต่เมื่อมีข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ปรากฏออกมา กลับพบว่าไม่เป็นไปตามที่ได้รับแจ้ง โดยยืนยันว่าโอ๊ต ปราโมทย์เองก็รู้สึกผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน

เบื้องต้นได้แจ้งความในข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน , ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์”

อ่านเพิ่มเติม : “แหม่ม วิชุดา” บุก บช.ก. แจ้งความองค์กรทำดี ทวงคำตอบเงินบริจาค 5 หมื่น

อ่านเพิ่มเติม : “หมอของขวัญ” บุก บช.ก. แจ้งความมูลนิธิฯ ซัด “โจรในคราบนักบุญ” หักหลังศรัทธาคนบริจาค