“ทนายเดชา” ฟันธงเส้นเงินชี้ชะตา! ตั้งข้อสังเกต “บุ๋ม” อาจรู้เรื่องก่อสร้างพูลวิลล่าภูเก็ต ชี้หมายจับไม่ใช่เรื่องแปลก คดีใหญ่โยงฉ้อโกง-ฟอกเงิน

“ทนายเดชา” วิเคราะห์ปมเงินมูลนิธิองค์กรทำดี ชี้พนักงานสอบสวนไม่ได้ดูแค่คำพูดว่าใครยอมรับผิดหรืออ้างว่าถูกหลอก แต่พิจารณาเส้นทางการเงินเป็นหลัก ตั้งข้อสังเกต “บุ๋ม ปนัดดา” อาจรับรู้เรื่องก่อสร้างพูลวิลล่าที่ภูเก็ต หลังแหล่งข่าวซึ่งเป็นช่างรับเหมาอ้างว่าเคยพบและติดตามทวงเงินหลายครั้ง ย้ำยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีหลักฐานพิสูจน์ พร้อมมองการขอศาลออกหมายจับเป็นเรื่องปกติของคดีที่มีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน

ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้โฟนอินแสดงความคิดเห็นในรายการโหนกระแส หลังทราบว่า ทนายเพชร ทนายความของบุ๋ม เตรียมพาบุ๋ม ปนัดดา เข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามในเวลา 09.30 น. ของวันถัดไป โดยกล่าวว่า ทุกคนย่อมต้องพยายามชี้แจงและปกป้องตัวเอง หากไม่ได้กระทำความผิดก็ต้องแสดงหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ จะอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ส่วนกรณีที่ก็อต อธิป ออกมาระบุว่าเป็นผู้รับผิดชอบและนำเงินไปดำเนินการเองนั้น ทนายเดชากล่าวว่า พอทราบข้อมูลเกี่ยวกับการยอมรับเรื่องเงินที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างในจังหวัดภูเก็ตมาบ้างแล้ว แต่จากข้อมูลที่ได้รับเกี่ยวกับแนวทางการสอบสวน พนักงานสอบสวนจะให้ความสำคัญกับเส้นทางการเงินเป็นหลัก ไม่ได้พิจารณาเพียงคำพูดของบุคคลใดบุคคลหนึ่งว่าเป็นผู้กระทำผิดหรือเป็นผู้หลอกลวงอีกฝ่าย

โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบ 3 ส่วน ได้แก่ เงินที่นำมาใช้เป็นเงินบริจาคของมูลนิธิหรือไม่ และมีที่มาจากบัญชีใด ,การโอนเงินออกจากบัญชีมูลนิธิเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ประกาศต่อสาธารณชนหรือไม่ เงินที่โอนไปถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว หรือมีพฤติการณ์ทุจริตหรือไม่ ย้ำว่า ทั้งหมดเป็นแนวทางการตรวจสอบที่ได้รับทราบมา และท้ายที่สุดต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่รวบรวมได้

อ้างคำให้การช่างเอ๋ ตั้งข้อสังเกตบุ๋มอาจรู้เรื่องก่อสร้างภูเก็ต

เมื่อหนุ่ม กรรชัย ถามตรง ๆ ว่า จากข้อมูลที่ได้รับ ทนายเดชาคิดว่าบุ๋มทราบเรื่องการก่อสร้างพูลวิลล่าที่ภูเก็ตหรือไม่ ทนายเดชาตอบว่า จากการสอบถามช่างเอ๋ ซึ่งเป็นลูกความของตน ได้รับข้อมูลว่า บุ๋มน่าจะรับรู้เรื่องดังกล่าว โดยช่างเอ๋อ้างว่า เคยพบกับบุ๋มที่จังหวัดภูเก็ตประมาณ 3 ครั้ง อีกทั้งยังเคยเดินทางไปติดตามทวงเงินที่บ้านของบุ๋ม รวมถึงมีการติดต่อเกี่ยวกับเงินที่ค้างชำระหลายครั้ง ทนายเดชาจึงแสดงความคิดเห็นส่วนตัวว่า จากข้อมูลที่ช่างเอ๋เล่าให้ฟัง ทำให้มองว่าบุ๋มน่าจะรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ อยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม ทนายเดชาย้ำว่า บุ๋มยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ และต้องเปิดโอกาสให้เจ้าตัวชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย

ตั้งข้อสังเกตที่ดินเป็นชื่อบุ๋ม การก่อสร้างต้องใช้เวลานาน

นอกจากนี้ ทนายเดชายังกล่าวถึงประเด็นที่บุ๋มชี้แจงว่า เข้าใจมาตลอดว่าเป็นการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศ ไม่ได้ทราบว่าจะมีการพัฒนาเป็นพูลวิลล่า โดยระบุว่า จากข้อมูลเอกสารที่ตนตรวจสอบพบว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นชื่อของบุ๋ม จึงตั้งข้อสังเกตว่า การก่อสร้างหรือการลงทุนบนที่ดิน รวมถึงการโอนเงินเพื่อดำเนินการต่าง ๆ เจ้าของที่ดินน่าจะต้องรับรู้รับทราบ เนื่องจากการก่อสร้างต้องใช้ระยะเวลานาน ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน

ทนายเดชายังอ้างข้อมูลจากลูกความว่า มีการก่อสร้างแล้วทั้งหมด 3 หลัง ซึ่งต้องทยอยดำเนินการและมีการจ่ายเงินหลายครั้ง จึงเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบว่า บุ๋มรับรู้รายละเอียดการก่อสร้างและการใช้เงินมากน้อยเพียงใด อีกทั้งยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินจำนวนมากที่โอนไปยังช่างเอ๋ ก่อนจะมีการโอนต่อไปยังบุคคลอื่น รวมถึงเงินที่เกี่ยวข้องกับสามีของบุ๋ม ซึ่งทนายเดชามองว่าเป็นเรื่องที่บุ๋มต้องชี้แจงถึงที่มา จำนวนเงิน และวัตถุประสงค์ของการโอนแต่ละครั้ง

มองออกหมายจับเป็นเรื่องปกติ หากพบเส้นเงินโยงความผิด

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวที่อาจมีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในเร็ว ๆ นี้ ทนายเดชาให้ความเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เนื่องจากคดีที่มีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และการฟอกเงิน รวมถึงมีเส้นทางการเงินจำนวนมาก เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายได้ ทั้งนี้ การออกหมายจับจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่และศาล ไม่ใช่ข้อสรุปว่าบุคคลที่ถูกกล่าวหากระทำความผิดแล้ว

ช่วงหนึ่งของรายการ หนุ่ม กรรชัย ได้ต่อสายพูดคุยกับช่างเอ๋ ซึ่งเป็นลูกความของทนายเดชา โดยสอบถามว่าหากในวันถัดไปช่างเอ๋ถูกแจ้งความดำเนินคดีด้วย จะมีแนวทางต่อสู้อย่างไร ทนายเดชาตอบว่า ได้พูดคุยกับช่างเอ๋ไว้แล้วว่า หากมีส่วนใดที่กระทำผิดก็ให้รับสารภาพ ไม่จำเป็นต้องต่อสู้คดี โดยยืนยันแนวทางเดียวกับที่ทนายเพชรประกาศไว้ว่า หากบุ๋มมีความผิดก็ต้องยอมรับและรับผิดชอบเช่นกัน ทนายเดชายังกล่าวถึงกรณีที่อาจมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการปลอมแปลงลายมือชื่อหรือการร่วมกันฟอกเงินว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็ให้รับสารภาพและเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย

แฉปมเงินสิบกว่าล้านผ่านผู้รับเหมา ถอนสด 2 ล้าน 6 ครั้ง

ทนายเดชายังเปิดเผยข้อมูลอีกประเด็นว่า มีผู้รับเหมาอีกรายหนึ่งที่น่าเป็นห่วง โดยอ้างว่าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการโอนเงินจากบัญชีองค์กรทำดีไปยังผู้รับเหมารายดังกล่าวเป็นจำนวนเงินกว่า 10 ล้านบาท ก่อนจะมีการถอนเงินสดออกมา

เมื่อหนุ่ม กรรชัย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ทนายเดชาระบุว่า มีการถอนเงินครั้งละ 2 ล้านบาท รวมทั้งหมด 6 ครั้ง ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด ใครเป็นผู้สั่งการ และใครเป็นผู้รับประโยชน์จากเงินก้อนนี้ ทนายเดชามองว่า ทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินและผู้ที่รับเงินไปถอนสดต่างต้องชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจน โดยยังไม่ขอเปิดเผยชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องในขณะนี้