“บุ๋ม ปนัดดา” เปิดใจโฟนอินกลางรายการโหนกระแส แจงปมเงินมูลนิธิองค์กรทำดี หลังถูกตั้งคำถามเรื่องเส้นทางการเงินและโครงการพูลวิลล่า 8 หลังที่ภูเก็ต ยืนยันไม่เคยรู้ว่ามีการเปลี่ยนจากบ้านพักส่วนตัวเป็นพูลวิลล่า อ้างเข้าใจมาตลอดว่าเงินที่โอนเป็นค่าก่อสร้างมูลนิธิที่คลอง 8 เผยบัญชีมูลนิธิปิดไม่ได้ 2 ปี เพราะยังขาดเอกสาร เตรียมปรึกษาทนายและเข้าแจ้งความ “ก็อต” ย้ำพร้อมรับผิดชอบในส่วนที่ตัวเองเกี่ยวข้อง และไม่หลบหนีกระบวนการยุติธรรม
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตาอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางการเงินและการใช้เงินของมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมี “บุ๋ม” ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นประธานมูลนิธิ โดยมีประเด็นเชื่อมโยงถึงการก่อสร้างโครงการพูลวิลล่าในจังหวัดภูเก็ต รวมถึงการโอนเงินผ่านผู้รับเหมาและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ล่าสุด วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 บุ๋ม ปนัดดา ได้โฟนอินชี้แจงในรายการโหนกระแส โดยมี หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นผู้ดำเนินรายการ เปิดเผยถึงข้อสงสัยหลายประเด็น ทั้งเรื่องการก่อสร้าง เส้นทางการเงิน ผู้รับเหมา และปัญหาการจัดทำบัญชีของมูลนิธิ พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมาเธอเข้าใจมาตลอดว่าเงินที่โอนออกไปเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการก่อสร้างมูลนิธิที่คลอง 8 จังหวัดปทุมธานี
ยืนยันไม่รู้เปลี่ยนบ้านพักเป็นพูลวิลล่า 8 หลัง
ช่วงหนึ่งของรายการ หนุ่ม กรรชัย ได้สอบถามว่า บุ๋มทราบมาก่อนหรือไม่ว่ามีการก่อสร้างพูลวิลล่าที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งบุ๋มยืนยันว่าไม่ทราบมาก่อน โดยระบุว่า ในตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเพียงบ้านพักส่วนตัวหรือบ้านพักตากอากาศเท่านั้น
บุ๋มอธิบายว่า หากทราบตั้งแต่แรกว่ามีการเปลี่ยนแปลงโครงการจากบ้านพักส่วนตัวไปเป็นพูลวิลล่าถึง 8 หลัง ก็คงไม่ปล่อยให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเงินส่วนตัวที่เธอโอนไปจำนวน 900,000 บาท จะกลายเป็นเงินสำหรับก่อสร้างพูลวิลล่าขนาดใหญ่ได้อย่างไร
นอกจากนี้ บุ๋มยังระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้รับข้อมูลและเอกสารเกี่ยวกับการก่อสร้างจากก็อตมาโดยตลอด ทั้งใบเสนอราคา รายการค่าใช้จ่าย และภาพถ่ายความคืบหน้าของงาน โดยสิ่งที่เธอเห็นคือมีการก่อสร้างสำนักงาน โกดัง และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่เข้าใจว่าเป็นของมูลนิธิจริง จึงเชื่อมั่นว่าเงินที่โอนไปถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์
ปมผู้รับเหมาเอ็ม โต้ข้อมูลหนี้ค่าก่อสร้างไม่ตรงกัน
ส่วนประเด็นผู้รับเหมารายแรกที่ชื่อเอ็มบุ๋มระบุว่า รู้จักชื่อผู้รับเหมารายนี้ แต่ไม่เคยติดต่อพูดคุยหรือประสานงานกับผู้รับเหมาโดยตรง เพราะก็อตเป็นผู้ดูแลเรื่องการก่อสร้างทั้งหมด
บุ๋มเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งจากก็อตว่า มีการโอนเงินให้ผู้รับเหมาเอ็มไปแล้ว แต่ผู้รับเหมาไม่กลับมาแก้ไขงานตามที่ตกลงกัน และยังมีเงินที่ค้างอยู่กับองค์กรทำดี อย่างไรก็ตาม เมื่อมีข้อมูลอีกด้านจากเอ็มว่า เป็นฝ่ายที่องค์กรทำดียังค้างชำระค่าก่อสร้าง บุ๋มจึงมองว่าเรื่องนี้ต้องให้ก็อตออกมาชี้แจง พร้อมนำเอกสารหลักฐานมาเคลียร์ให้ชัดเจน บุ๋ม ยืนยันว่า หากทราบตั้งแต่แรกว่ามีปัญหาระหว่างมูลนิธิกับผู้รับเหมา ก็พร้อมจะพูดคุยเพื่อหาทางแก้ไข เพราะไม่ต้องการให้ใครต้องเดือดร้อนจากการทำงานของมูลนิธิ
ถูกถามปมเงิน 12 ล้านบาท โอนให้บริษัทผู้รับเหมาเอ็ม
อีกประเด็นสำคัญ หนุ่ม กรรชัย ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับการโอนเงินจำนวน 12 ล้านบาทมาเปิดเผย โดยระบุว่า เป็นเงินที่มีการโอนจากบัญชีมูลนิธิองค์กรทำดีไปยังบริษัทของผู้รับเหมาเอ็ม ครั้งละ 2 ล้านบาท รวม 6 ครั้ง ก่อนที่ เอ็มจะนำเงินออกมาเป็นเงินสดตามที่ได้รับการร้องขอ เมื่อถูกถามถึงเรื่องดังกล่าว บุ๋มระบุว่าไม่ทราบรายละเอียด และไม่เคยได้รับทราบว่ามีการดำเนินการในลักษณะนี้ พร้อมกล่าวว่า หากเป็นการโอนเงินเพื่อจ่ายค่าก่อสร้าง ก็เป็นไปตามข้อมูลที่เธอได้รับจากก็อตมาโดยตลอด
บุ๋มยังตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเริ่มต้นการก่อสร้างฐานราก แต่เมื่อมีข้อมูลว่าผู้รับเหมาเอ็ม ระบุว่าได้รับเงินค่าก่อสร้างส่วนเสาเพียง 3 ล้านบาท ขณะที่มีการโอนเงินรวมถึง 12 ล้านบาท โดยมีการอธิบายว่าเป็นเงินค่าที่ดินที่ก็อตขายมาได้ จึงต้องการให้ก็อตออกมาชี้แจงรายละเอียดเรื่องนี้โดยตรง
ยอมรับเป็นคนกดโอนเงินเองทุกครั้ง มีสแกนใบหน้า
เมื่อถูกถามว่า ทุกครั้งที่มีการโอนเงินจากบัญชีมูลนิธิไปยังผู้รับเหมา บุ๋มเป็นผู้กดโอนด้วยตัวเองหรือไม่ เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นผู้ดำเนินการเอง และทุกครั้งต้องมีการสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน พร้อมชี้แจงว่า บัญชีที่ใช้โอนเงินเป็นบัญชีของมูลนิธิที่มีการใช้งานและประกาศไว้ก่อนหน้านี้ มีทั้งบัญชีหลักและอีกบัญชีหนึ่งที่ใช้ดำเนินงานมาโดยตลอด ส่วนการโอนเงินแต่ละครั้ง เธอเข้าใจว่าเป็นค่าใช้จ่ายของมูลนิธิตามข้อมูลที่ได้รับ
พร้อมยอมรับว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นผู้กดอนุมัติการโอนเงินจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้ทราบถึงรายละเอียดการนำเงินไปใช้ในส่วนอื่นตามที่กำลังถูกตั้งข้อสงสัย
บัญชีมูลนิธิปิดไม่ได้ 2 ปี เหตุขาดเอกสารจากผู้ดูแล
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุย คือกรณีบัญชีของมูลนิธิองค์กรทำดีไม่สามารถปิดบัญชีได้ต่อเนื่องมาเป็นเวลา 2 ปี โดยบุ๋มชี้แจงว่า ปัญหาเกิดจากเอกสารประกอบบัญชีไม่ครบถ้วน และมีการติดตามเอกสารจากก็อตมาโดยตลอด แต่ยังไม่สามารถรวบรวมได้ครบเพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จ
บุ๋มระบุว่า ในช่วงปี 2567–2568 ก็อตยังเป็นผู้ดำเนินการและดูแลเรื่องดังกล่าว โดยเธอพยายามติดตามและเร่งให้จัดการเอกสารให้เรียบร้อย เพราะต้องการให้ทุกอย่างถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้
ส่วนกรณีกรรมการมูลนิธิที่ชื่อ “พี่เปิ้ล” ซึ่งมีส่วนช่วยดูแลเอกสารและงานด้านคดีความ บุ๋มยืนยันว่าต้องแยกหน้าที่กันให้ชัดเจน เนื่องจากเรื่องบัญชีมีบุคคลอีกคนหนึ่งเป็นผู้ดูแล และพี่เปิ้ลเองก็ไม่ได้ทราบรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว
ประกาศเตรียมแจ้งความก็อต ย้ำไม่ไหวแล้ว ขอเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย
ระหว่างการสนทนา หนุ่ม กรรชัย ได้แนะนำให้บุ๋มรีบเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับก็อต หลังจากมีคำชี้แจงก่อนหน้านี้จากก็อตเกี่ยวกับการแจ้งวัตถุประสงค์ในการโอนเงิน โดยเห็นว่าการดำเนินการทางกฎหมายอย่างรวดเร็วจะเป็นส่วนสำคัญในการแสดงความบริสุทธิ์ใจและพิสูจน์ข้อเท็จจริง
ด้านบุ๋มยอมรับว่า ขณะนี้กำลังเดินทางไปพบทนายเพชรเพื่อหารือแนวทางดำเนินการ โดยยืนยันว่าเตรียมเข้าแจ้งความอย่างแน่นอน แต่ต้องการปรึกษาทนายก่อน เนื่องจากทุกการเคลื่อนไหวและการให้ข้อมูลอาจมีผลทางกฎหมาย
บุ๋มกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า ขณะนี้ไม่ไหวแล้ว เพราะยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งมีข้อมูลและประเด็นใหม่ ๆ ถูกเปิดเผยออกมาทีละเรื่อง จึงจำเป็นต้องจัดการทุกอย่างให้ชัดเจน พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการแจ้งความตามคำแนะนำของทนายความ
ยืนยันหยุดบริหารมูลนิธิชั่วคราว พร้อมให้ตำรวจตรวจสอบทุกเรื่อง
บุ๋มยังกล่าวถึงสถานการณ์ของมูลนิธิองค์กรทำดีในขณะนี้ว่า ได้หยุดการดำเนินการทุกอย่างไว้ก่อน และต้องการเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างเต็มที่ โดยยืนยันว่าจะไม่หลบหนีไปไหน พร้อมให้ความร่วมมือกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน เจ้าตัวยังอธิบายว่า ที่ผ่านมาตนเองมีภารกิจลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งสถานการณ์ชายแดนและเหตุอุทกภัย ทำให้ต้องเดินทางไปทำงานนอกพื้นที่อยู่เป็นประจำ จึงมอบหมายให้ก็อตเป็นผู้ดูแลเรื่องการก่อสร้างมูลนิธิ เพื่อแบ่งเบาภาระของตัวเอง
สำหรับการสร้างโกดังและสำนักงาน บุ๋มระบุว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อการทำงานของมูลนิธิ เพราะต้องใช้เป็นสถานที่เก็บสิ่งของบริจาค น้ำดื่ม ข้าวสาร และอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงใช้จัดเตรียมถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยหากผู้บริจาคหรือประชาชนได้เห็นหน้างานก็จะเข้าใจถึงความจำเป็นในการมีสถานที่ดังกล่าว
นอกจากนี้ เมื่อถูกถามว่าการทำสัญญาก่อสร้างเป็นการทำในนามใคร บุ๋มระบุว่าเป็นสัญญาระหว่างมูลนิธิกับผู้รับเหมา รวมถึงผู้รับเหมาเอ็มด้วย ซึ่งยังต้องตรวจสอบรายละเอียดของบริษัทและคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทิ้งท้ายขอพิสูจน์ความจริง ยอมรับต้องรับผิดชอบในส่วนที่ตัวเองทำ
บุ๋มกล่าวย้ำว่า ไม่ต้องการหลบเลี่ยงคำถามหรือหลีกหนีความรับผิดชอบ และต้องการให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยยอมรับว่าตัวเองมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบจากการเป็นผู้กดโอนเงิน แต่ขอให้ตรวจสอบด้วยว่าในเวลานั้นได้รับข้อมูลอย่างไร และมีเจตนาในการดำเนินการอย่างไร พร้อมขอบคุณทั้งผู้ที่ส่งกำลังใจและประชาชนที่รอฟังคำชี้แจง โดยยืนยันว่าจะรวบรวมเอกสาร หลักฐาน และข้อมูลต่าง ๆ มาชี้แจงให้ครบถ้วน เพื่อให้เห็นถึงเจตนาและความตั้งใจในการทำงานของมูลนิธิ
ทั้งนี้ ประเด็นการใช้เงินบริจาค การโอนเงินให้ผู้รับเหมา การก่อสร้างพูลวิลล่า และการบริหารจัดการบัญชีมูลนิธิ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางระบุว่า จะตรวจสอบเส้นทางการเงินและพฤติการณ์ของผู้เกี่ยวข้องทุกคน หากพบหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลใดก็จะดำเนินการตามกฎหมาย โดยยึดพยานหลักฐานเป็นสำคัญ

