เมื่อเวลา 08.00 น วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภปากเกร็ดได้รับแจ้งเหตุ ไรเดอร์ผูกคอ ตัวเองเสียชีวิตใต้ต้นไม้ เหตุเกิดบริเวณสนามเด็กเล่นหมู่บ้านสี่ไชยทอง ต.บางตลาด อ. ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งรีบตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุบริเวณสนามเด็กเล่นพบร่างของนายชัยยา หลักโคตร อายุ 43 ปี สวมชุดไรเดอร์ใช้เชือกไนล่อนแขวนคอตัวเอง สภาพศพมือทั้งสองข้างจับเชือกที่ผูกบริเวณลำคอ อยู่ใต้ต้นหูกวางสูงจากพื้นประมาณ 3 เมตร ตรวจสอบภายในกระเป๋าคาดเอวพบทองคำแผ่น รูปนักษัตร จำนวน 1 แผ่น โดยมีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Suzuki รุ่น nmax สีฟ้า1ฆน 188 กรุงเทพมหานคร และกระเป๋าจัดส่งอาหารจอดทิ้งไว้ใกล้จุดเกิดเหตุ บริเวณโคนต้นไม้พบกระป๋องเบียร์ที่เปิดแล้วจำนวน 4 กระป๋อง และรองเท้าแตะจำนวน 1 คู่สร้างความตกใจให้กับผู้พบเห็นและประชาชนในละแวกดังกล่าวเป็นอย่างมาก
จากการสอบถามนางสาว ลัย ภรรยาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า สามีมีอาชีพขับรถรับจ้างส่งอาหาร โดยในแต่ละวันจะออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 08.00 น. และมักจะแวะพักผ่อนในช่วงบ่ายประมาณ 14.00–15.00 น. ก่อนจะออกไปวิ่งรถต่อจนถึงช่วงค่ำ ทำอาชีพนี้ทำมานานกว่า 6 ปีแล้ว ในช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ของทุกวัน ตนกับสามีจะพูดคุยโทรศัพท์กันถึงเรื่องเวลาในการกลับบ้าน แต่ในระยะหลังแฟนมักจะพูดในทำนองตัดพ้อว่า “วันหนึ่งฉันจะอยู่ด้วยแล้ว จะไม่ได้เห็นหน้าฉันแล้ว ฉันเหนื่อย” ซึ่งในตอนนั้นตนไม่ได้เอะใจว่าคำพูดดังกล่าวจะเป็นการตัดสินใจคิดสั้นแบบนี้ สาเหตุของความเครียดมาจากเรื่องเงินและหนี้สิน โดยสามีได้กู้เงินธนาคารเพื่อนำมาสร้างบ้านที่อำเภอเมืองพล จังหวัดขอนแก่น รวมถึงซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นหนี้สินมานานเป็นสิบ ๆ ปี ในช่วงปีนี้ รายได้จากการวิ่งรถลดลงและทำเงินได้ไม่ค่อยดี สามีจะให้เงินตนวันละ 300 ถึง 500 บาท ทุกวันนี้หาเงินมาหมุนใช้เริ่มไม่พอ ค่าใช้จ่ายต่อเดือนถึง 3 ทางพร้อม ๆ กัน เอาบ้านไปเข้าแบงค์ผ่อนประมาณ 3,500 บาท ค่างวดรถยนต์ประมาณ 3,500 บาท ค่างวดรถจักรยานยนต์ ประมาณ 3,500 บาท ต้องส่งทั้งบ้านและรถถึงสามอย่างในเวลาเดียวกัน ที่พูดคุยกันครั้งสุดท้ายตนบอกให้สามีกลับบ้านสามีบอกว่าให้ตนนอนก่อนแล้วก็หัวเราะ แม้ที่ผ่านมาตนจะเคยพูดเตือนด้วยความเป็นห่วงว่า “หนี้สินมันเยอะจังเลย แกอยู่ก็ทำแต่หนี้แต่สิน” แต่ก็ไม่คิดว่าทำให้สามีตัดสินใจจบปัญหาด้วยวิธีผูกคอ
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปากเกร็ดได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

