ผบช.ก.เปิดเส้นเงินมูลนิธิองค์กรทำดี พบใช้ผิดวัตถุประสงค์บางส่วน จ่อฟันเด็ดขาด ลั่นหากพบผลประโยชน์ส่วนตัวอาจเข้าข่ายฟอกเงิน

ผบช.ก. โฟนอินรายการโหนกระแส เปิดความคืบหน้าตรวจสอบเงินบริจาคองค์กรทำดี พบเส้นทางเงินบางส่วนถูกนำไปใช้ไม่ตรงวัตถุประสงค์ นอกเหนือจากการก่อสร้างพูลวิลล่าที่ภูเก็ต ยังพบโอนเงินไปยังบุคคลอื่น อยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบ หากพบยักย้ายถ่ายเทหรือมีผู้รับผลประโยชน์ส่วนตัว อาจพิจารณาความผิดฐานฟอกเงิน พร้อมเร่งประชุมพนักงานสอบสวน เตรียมดำเนินคดีเด็ดขาด

กรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้เงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมี “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” เป็นประธาน หลังปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงินและการนำเงินไปใช้ก่อสร้างพูลวิลล่าที่จังหวัดภูเก็ต ล่าสุด พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) โฟนอินเข้าร่วมชี้แจงความคืบหน้าผ่านรายการโหนกระแส โดยมี หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นผู้ดำเนินรายการ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า การใช้เงินมีทั้งส่วนที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ จึงต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ส่วนเงินที่ถูกถอนออกไปและนำไปใช้ในส่วนอื่น ๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล โดยเตรียมนัดประชุมพนักงานสอบสวนเพื่อเร่งตรวจสอบรายละเอียดเส้นทางการเงิน

เมื่อถูกถามว่านอกเหนือจากเงินที่นำไปก่อสร้างพูลวิลล่าที่ภูเก็ต ยังมีการโอนเงินไปใช้ในส่วนอื่นอีกหรือไม่ ผบช.ก. ยอมรับว่าพบเส้นทางเงินเพิ่มเติม มีทั้งการโอนไปยังบุคคลต่าง ๆ แต่ยังต้องพิสูจน์ว่าเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการกุศลของมูลนิธิหรือเป็นการนำไปใช้ส่วนตัว
ส่วนประเด็นการดำเนินคดีฐานฟอกเงินนั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า หากตรวจพบว่ามีผู้รับผลประโยชน์นอกเหนือจากการดำเนินงานของมูลนิธิ มีการยักย้ายถ่ายเทเงิน หรือเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน ก็จะต้องพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

สำหรับความรับผิดของคณะกรรมการมูลนิธิทั้งหมดนั้น ผบช.ก. ระบุว่า ต้องพิจารณาจากพฤติการณ์และบทบาทของแต่ละบุคคล รวมถึงอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติและสั่งจ่ายเงิน ไม่สามารถสรุปได้ว่ากรรมการทุกคนจะต้องมีความผิดเหมือนกันทั้งหมด

ประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างมาก คือกรณีที่ “ก๊อต” สามีของบุ๋ม ปนัดดา ต่อสายเข้าชี้แจงในรายการก่อนหน้านี้ โดยยืนยันว่าเป็นผู้แจ้งบุ๋ม ปนัดดา ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่โอนไปยังนายอภิชาต เป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างมูลนิธิที่คลอง 8 ปทุมธานี เมื่อหนุ่ม กรรชัย สอบถามว่า คำชี้แจงดังกล่าวถือเป็นการยอมรับว่ามีการนำเงินมูลนิธิไปใช้ในส่วนอื่นหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ต้องตรวจสอบตามพยานหลักฐาน แต่คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวถือเป็นข้อมูลสำคัญที่บ่งชี้ว่ามีการนำเงินของมูลนิธิไปใช้ในส่วนอื่นจริง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่บุ๋ม ปนัดดา ถูกหลอกหรือมีส่วนรู้เห็นกับการดำเนินการดังกล่าวหรือไม่นั้น ยังต้องพิสูจน์จากพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนการออกหมายจับ ผบช.ก. ระบุว่า ต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบพฤติการณ์ และพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ให้เกิดความชัดเจน โดยขอเวลาอีกประมาณ 1 สัปดาห์ พร้อมระบุว่าจะกลับไปประชุมเร่งรัดการทำงานทันที

นอกจากนี้ หนุ่ม กรรชัย ยังหยิบยกข้อบังคับของมูลนิธิในหมวดการเงิน ข้อ 31 ซึ่งระบุว่า ประธานมูลนิธิมีอำนาจถอนเงินได้ 500,000 บาท หากเกินกว่านั้นต้องแจ้งให้คณะกรรมการรับทราบ มาสอบถามว่า หากมีการโอนเงินเกินวงเงินโดยไม่ได้ปรึกษากรรมการ จะเข้าข่ายความผิดทางอาญาหรือทำให้กรรมการต้องร่วมรับผิดด้วยหรือไม่

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า หากมีการกระทำผิดเงื่อนไขของมูลนิธิ ก็ต้องพิจารณาความผิดอื่นประกอบด้วย โดยขอเวลาตรวจสอบข้อกฎหมายและรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่าจะตรวจสอบเส้นทางการเงินและบทบาทของผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียด โดยการดำเนินคดีจะยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นหลัก เพื่อให้ความจริงปรากฏและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่พบว่ากระทำความผิดต่อไป