บ้านพังถล่มลงแม่น้ำป่าสักทั้งหลัง โชคดีขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่

บ้านพังถล่มลงแม่น้ำป่าสักทั้งหลัง โชคดีเกิดเหตุไม่มีใครอยู่เลยไม่ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงหมาแมว หลานชายจะไปนอนตอนกลางคืน ทำให้รอดหวุดหวิด

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเลขที่ 45/10 หมู่ 7 ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังได้รับรายงานว่า บ้านพักอาศัยริมแม่น้ำป่าสักเกิดทรุดตัวพังถล่มลงไปในแม่น้ำทั้งหลัง เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา โชคดีขณะเกิดเหตุไม่มีคนอยู่ภายในบ้าน จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการตรวจสอบพบว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านไม้เก่าผสมสังกะสี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก มีอายุการใช้งานมากกว่า 30 ปี โดยสภาพบ้านทรุดตัวพังลงไปทั้งหลัง เหลือเพียงบางส่วนที่ยังติดค้างอยู่กับเสาปูนที่ใช้ค้ำยันตัวบ้านเอาไว้ หากไม่มีเสาปูนดังกล่าว บ้านอาจพังไหลลงไปในแม่น้ำทั้งหมด

นายวิมล อายุ 61 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังทำงานอยู่ ได้ยินเสียงบ้านลั่น ก่อนที่ตัวบ้านจะทรุดตัวพังลงไปอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงไม่นาน โชคดีที่ตัวบ้านยังติดอยู่กับเสาปูนบางส่วน ไม่เช่นนั้นอาจไหลลงแม่น้ำไปทั้งหมดบ้านหลังนี้เดิมมี นางบังอร อายุ 77 ปีอาศัยอยู่ โดยมีอาชีพขับเรือจ้าง แต่ภายหลังคุณยายเสียชีวิต ก็มีหลานเข้ามาดูแลบ้านและสัตว์เลี้ยง ซึ่งปกติหลานจะเข้ามานอนที่บ้านริมแม่น้ำในช่วงกลางคืนทั้งนี้ บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านไม้เก่าที่ปลูกอยู่ริมแม่น้ำมานานกว่า 30 ปี และต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี คาดว่าสภาพบ้านที่เสื่อมโทรมจากการถูกน้ำท่วมซ้ำหลายครั้ง ประกอบกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นก่อนหน้านี้และลดลงในช่วงที่ผ่านมา อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้โครงสร้างบ้านอ่อนแอและทรุดตัวพังถล่มลงมา อย่างไรก็ตาม ต้องรอการตรวจสอบสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง

ด้าน นาง กาญจนา อายุ 64 ปี ลูกสะใภ้ของเจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นของนางบังอร อายุ 77 ปี ซึ่งเป็นแม่สามี โดยอาศัยอยู่มานานกว่า 30 ปี ก่อนที่คุณยายจะเสียชีวิตไปประมาณ 3 เดือนกว่า หลังจากนั้นหลานเป็นผู้ดูแลบ้านและสัตว์เลี้ยง

นางกาญจนา กล่าวว่า บ้านหลังนี้น้ำท่วมทุกปี บางปีน้ำท่วมสูงจนต้องขึ้นไปอยู่บนหลังคา จึงคาดว่าการที่บ้านถูกน้ำท่วมซ้ำ ๆ มาเป็นเวลานาน อาจทำให้โครงสร้างไม้ผุพังและไม่แข็งแรง เมื่อระดับน้ำลดลงจึงเกิดการทรุดตัวจนพังถล่มลงมาปกติหลานจะเข้ามานอนที่บ้านหลังนี้เป็นประจำ โดยจะนอนอยู่กับสุนัข 1 ตัว และแมวประมาณ 5-6 ตัว แต่คืนก่อนเกิดเหตุหลานขึ้นไปนอนบ้านอีกหลังที่อยู่ด้านบน จึงรอดพ้นจากเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างหวุดหวิด

ส่วนสัตว์เลี้ยงขณะเกิดเหตุไม่ทราบว่าหนีออกไปได้หรือไม่ หรืออาจพลัดตกลงไปในน้ำ เหลือเพียงสุนัข 1 ตัว นางกาญจนากล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีประธานชุมชนและเจ้าหน้าที่เทศบาลลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่ทราบแนวทางการช่วยเหลือที่ชัดเจน เนื่องจากต้องรอการสำรวจความเสียหายและพิจารณาตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เบื้องต้น ว่าที่ร้อยตรีสมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา ได้มอบหมายให้นายกฤษณ์ เถี่ยนมิตรภาพ รองนายกเทศมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสำรวจความเสียหาย ตรวจสอบสภาพพื้นที่ และหารือแนวทางให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบต่อไป