ซ่อมประตูเสียงดัง! เพื่อนบ้านเดือดควงปืนขู่กลางดึก เจ้าตัวยันขอโทษแล้วแต่เรื่องไม่จบ จี้ตำรวจดำเนินคดี

เปิดศึกเพื่อนบ้านซอยสุขสวัสดิ์ 30 ปมซ่อมประตูช่วงกลางคืน หลังชายวัย 36 ปี อ้างถูกเพื่อนบ้านนำอาวุธคล้ายปืนออกมาข่มขู่ ทั้งที่ยอมรับเสียงดังและพร้อมขอโทษ เผยในบ้านมีทั้งผู้หญิงและคนแก่หวาดกลัว ด้านญาติร้องตำรวจตรวจสอบ ขณะที่พ่อคู่กรณีเผยลูกชายอาจต้องการพักผ่อนหลังทำงานมาทั้งวัน ตำรวจรับเรื่องแล้ว เตรียมสอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้าน ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 30 แยก 2 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร หลังเกิดเหตุชายรายหนึ่งถูกกล่าวหาว่านำอาวุธลักษณะคล้ายปืนออกมาถือและแกว่งไปมาในลักษณะข่มขู่ สืบเนื่องจากไม่พอใจเสียงเจาะพื้นเพื่อซ่อมประตูหน้าบ้านในช่วงกลางคืน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.46 น.

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านเกิดความหวาดกลัว โดยฝ่ายผู้ร้องระบุว่ามีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ และได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย

นายไชยศักดิ์ แววสัมพันธ์ อายุ 36 ปี หรือ “แชมป์ บางแคพระแท้” เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุประตูร้านหน้าบ้านชำรุด จำเป็นต้องซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน เพราะไม่สามารถปิดประตูได้ตามปกติ จึงให้ช่างเข้ามาดำเนินการ โดยยอมรับว่าระหว่างซ่อมอาจมีเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน

นายไชยศักดิ์กล่าวว่า หากเพื่อนบ้านได้รับความเดือดร้อนจากเสียงดัง สามารถเดินเข้ามาพูดคุยหรือแจ้งเตือนกันดี ๆ ได้ เพราะตนพร้อมรับฟังและขอโทษ แต่ไม่เห็นด้วยกับการนำอาวุธออกมาข่มขู่ โดยเฉพาะภายในบ้านมีทั้งผู้หญิงและผู้สูงอายุ ซึ่งต่างรู้สึกหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เจ้าตัวยังเชื่อว่าอาวุธที่อีกฝ่ายนำออกมาเป็นปืนจริง ไม่ใช่ปืนเด็กเล่นตามที่มีการกล่าวอ้าง พร้อมยืนยันว่าหลังเกิดเหตุได้ให้แฟนสาวเข้าแจ้งความไว้แล้ว และต้องการให้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง เนื่องจากมองว่าไม่ว่าอาวุธดังกล่าวจะเป็นของจริงหรือไม่ ก็ไม่ควรนำมาใช้ข่มขู่ผู้อื่น

นายไชยศักดิ์ยังระบุว่า ตนประกอบอาชีพค้าขายและมีการไลฟ์สดขายพระเครื่อง หากมีเสียงดังรบกวนก็พร้อมพูดคุยเพื่อหาทางแก้ไข ไม่ต้องการให้ความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้านบานปลายไปมากกว่านี้

ด้านนายชิตชนะ จันทราภิรมย์ อายุ 36 ปี เพื่อนที่มาช่วยซ่อมประตู เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุมีเพื่อนโทรศัพท์มาตามให้ไปช่วยซ่อมประตู เมื่อเดินทางไปถึงจึงเริ่มลงมือทำงาน โดยมีการใช้เครื่องมือเจาะพื้นจำนวน 2 รู
นายชิตชนะยอมรับว่าเข้าใจว่าการทำงานในช่วงกลางคืนอาจสร้างเสียงรบกวน แต่มีความจำเป็นต้องเร่งซ่อมแซม เพราะประตูชำรุดจนไม่สามารถปิดได้ อีกทั้งภายในบ้านมีพระเครื่องมูลค่าสูง จึงกังวลเรื่องความปลอดภัยหากปล่อยประตูไว้ในสภาพดังกล่าว
เจ้าตัวยืนยันว่าได้กล่าวขอโทษเพื่อนบ้านแล้ว พร้อมอธิบายเหตุผลถึงความจำเป็นในการซ่อมแซม แต่ยังตั้งคำถามว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงต้องนำอาวุธลักษณะคล้ายปืนออกมาถือและแกว่งไปมา แทนที่จะเข้ามาพูดคุยกันตามปกติ

ขณะที่ป้าจวง อายุ 64 ปี ญาติของฝ่ายผู้แจ้ง เปิดเผยว่า คืนเกิดเหตุตนอยู่ภายในบ้าน แต่ไม่ได้ออกมาดูเหตุการณ์และไม่ได้ยินเสียงซ่อมประตู เนื่องจากบ้านอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุ

ป้าจวงระบุว่า จากข้อมูลที่รับทราบ ที่ผ่านมามีปัญหาความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้านเกิดขึ้นหลายครั้ง รวมถึงเรื่องการซ่อมรถและการร้องเรียนต่อหน่วยงานในพื้นที่ แต่รายละเอียดทั้งหมดจำเป็นต้องตรวจสอบกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ ญาติของผู้แจ้งต้องการให้ตำรวจตรวจสอบข้อกล่าวอ้างเรื่องการนำอาวุธออกมาข่มขู่ และดำเนินการตามกฎหมายหากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาบานปลายจนเกิดอันตรายกับผู้พักอาศัยในบริเวณใกล้เคียง
ด้านบิดาของชายคู่กรณี เปิดเผยว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุ โดยเพิ่งมาทราบเรื่องในช่วงเช้า พร้อมระบุว่าลูกชายประกอบอาชีพค้าขายในช่วงกลางวัน จึงอาจต้องการพักผ่อนในเวลากลางคืน หลังทำงานมาเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งวัน
อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงดังกล่าวเป็นมุมมองของฝ่ายครอบครัวคู่กรณีเกี่ยวกับปัญหาเสียงรบกวน ส่วนข้อกล่าวอ้างเรื่องการนำอาวุธออกมาข่มขู่ยังต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้าน ร.ต.อ.วีระเดช กาศสนุก รอง สว. (สอบสวน) สน.ราษฎร์บูรณะ รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว พร้อมประสานให้ผู้แจ้งพบเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องและสอบสวนเพิ่มเติมตามขั้นตอน
ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์และลักษณะของอาวุธที่ถูกกล่าวถึงยังต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป