ปัตตานี, 25 ต.ค.69 – ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นำโดย นางสาวลม้าย มานะการ นายกสมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้ พร้อมด้วย นางโซรยา จามจุรี และสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย (กลุ่มชาติพันธุ์มลายู) ได้เข้าพบ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ เพื่อยื่นหนังสือข้อเรียกร้อง หวังผลักดันให้พรรคการเมืองและผู้บริหารระดับนโยบายติดตามและปกป้องงบประมาณสำหรับการพัฒนาพื้นที่
สำหรับข้อเรียกร้องดังกล่าวมีที่มาจากความวิตกกังวลต่อร่างกฎหมายจำนวน 4 ฉบับ ซึ่งถูกจับตามองว่าอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระ โครงสร้างงบประมาณ และประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรและกองทุนเพื่อประโยชน์สาธารณะ ที่มีบทบาทสนับสนุนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ ประกอบไปด้วย ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ร่าง พ.ร.บ.สสส.) ร่าง พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ ร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย (ร่าง พ.ร.บ.กกท.) และร่างพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ร่าง พ.ร.บ.Thai PBS)

ทั้งนี้ ในหนังสือระบุข้อมูลสถิติผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569) พบว่า มีประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 243,216 ครั้ง โดยในจำนวนนี้มีผู้ “ไม่เห็นด้วย” สูงถึง 190,170 ครั้ง หรือคิดเป็นร้อยละ 78 ของความคิดเห็นทั้งหมด
โดยข้อเรียกร้องที่ภาคประชาสังคมยื่นต่อ พ.ต.อ.ทวี และพรรคประชาชาติ ประกอบด้วย 1) แสดงจุดยืนสนับสนุนเสียงประชาชน ขอให้พรรคการเมืองแสดงท่าทีที่ชัดเจนในการปกป้องประโยชน์สาธารณะ โดยนำผลการรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ซึ่งประชาชนร้อยละ 78 แสดงเจตจำนงไม่เห็นด้วย มาเป็นสาระสำคัญประกอบการพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ, 2) ปฏิรูปการบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วม ผลักดันให้มีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน พร้อมเปิดให้มีการปฏิรูปการบริหารจัดการองค์กรและกองทุนทั้ง 4 แห่งด้วยกลไกที่โปร่งใสและมีตัวแทนภาคประชาชนร่วมตรวจสอบ
3) ปกป้องสิทธิและคุณภาพชีวิตชายแดนใต้ ให้คำนึงถึงผลกระทบเชิงโครงสร้างที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการปิดกั้นหรือลดทอนโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณะและการพัฒนาคุณภาพชีวิต และ 4) สร้างกลไกความร่วมมือแบบบูรณาการ ส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายบริหาร พรรคการเมือง และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาและวางแนวทางขับเคลื่อนงบประมาณเพื่อการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี ได้รับมอบหนังสือดังกล่าวด้วยตนเอง พร้อมซักถามรายละเอียดเกี่ยวกับสาระสำคัญของร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ รวมถึงแนวทางการจัดสรรงบประมาณ ก่อนกล่าวตอบรับกับว่าจะนำประเด็นและข้อห่วงใยดังกล่าวไปติดตาม และผลักดันตามขั้นตอนต่อไป

