CIB รวบสาววัย 26 แก๊งตุ๋นภารกิจออนไลน์ อ้างปั่นยอดขาย เหยื่อโอน 25 ครั้ง สูญกว่า 14.7 ล้าน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับสาววัย 26 ปี ตามหมายจับคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หลังถูกกล่าวหามีพฤติการณ์หลอกเหยื่อเปิดร้านค้าออนไลน์ ก่อนชวนทำภารกิจเพิ่มยอดขายและหมุนเวียนสต็อกสินค้า อ้างสร้างเครดิตผ่านกลุ่ม LINE สุดท้ายเหยื่อโอนเงิน 25 ครั้ง สูญเงินกว่า 14.7 ล้านบาท เจ้าตัวให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุม น.ส.สินีนาฏ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 3945/2569 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่

จับกุมได้บริเวณหน้าบ้านภายในซอยรามอินทรา 117 แยก 16 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ก่อนควบคุมตัวไปจัดทำบันทึกการจับกุมที่ สน.มีนบุรี และนำส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีนี้สืบเนื่องจากช่วงเดือนตุลาคม 2568 ผู้เสียหายพบโฆษณาบนเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีการชักชวนให้เปิดร้านค้าออนไลน์ จากนั้นส่งลิงก์ให้เข้าร่วมกลุ่ม LINE ซึ่งมีการพูดคุยซื้อขายสินค้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

ต่อมาคนร้ายชักชวนให้ติดต่อบัญชี LINE ชื่อ “ฝ่ายบริการลูกค้า” เพื่อลงทะเบียนเปิดร้านค้าผ่านเว็บไซต์ ก่อนใช้บัญชี LINE แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่การเงิน ชักชวนผู้เสียหายเข้ากลุ่ม “สร้างเครดิต Style Cycle” พร้อมอ้างว่าต้องทำภารกิจและโอนเงินเพื่อเพิ่มยอดขายและหมุนเวียนสต็อกสินค้า

ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินตามคำแนะนำรวม 25 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 14,756,170.20 บาท แต่ภายหลังกลับไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวงและเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. สืบสวนติดตามจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ในพื้นที่เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลางขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่ชักชวนลงทุนหรือทำภารกิจออนไลน์ โดยอ้างผลตอบแทนจากการเพิ่มยอดขายหรือสร้างเครดิตร้านค้า หากมีการเรียกให้โอนเงินซ้ำหลายครั้ง ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบคอบ และอย่าหลงเชื่อเพียงเพราะมีหน้าร้าน เว็บไซต์ หรือกลุ่มสนทนาที่ดูน่าเชื่อถือ