ผบช.สตม.สั่งการ ตม.1 แกะรอยบุกทลายแหล่งผลิตพอตซอมบี้-พอตเค รวบ 5 ชาวเวียดนาม ยึดของกลาง 3,200 ชิ้น พบเครื่องผลิต–สารตั้งต้น มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท !

ตามข้อสั่งการของ​ พล.ต.อ.สำราญ​ นวลมา​ ผบ.ตร.​ ให้เพิ่มความเข้มในการดำเนินการตามกฎหมายกับคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมายหรือหลบหนีคดีจากต่างประเทศเข้ามายังประเทศไทย และ​นโยบายของ​ พล.ต.ท.นพศิลป์​ พูลสวัสดิ์​ ผบช.สตม.​ดำเนินกลยุทธ์​ 4 เสาหลัก​อันได้แก่​ มั่นคงเชิงรุก, ข้อมูลนำการปฏิบัติ, ทลายเครือข่าย, บริการมาตรฐานสากล​ เพื่อสกัดกั้นและป้องกันภัย​คุกคามข้ามชาติล่วงหน้า​ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกนักเดินทางและนักลงทุน​ที่เข้ามาอย่างถูกต้อง​ด้วยความโปร่งใส​และเป็นมืออาชีพ​ ได้ให้ความสำคัญกับอาชญากรรมข้ามชาติ และยาเสพติด โดยสถานการณ์ปัจจุบัน มีการแพร่ระบาดของ​ยาเสพติดชนิดใหม่​ “พอตเค (Pod K)” คือ หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่ลักลอบผสมสารเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เช่น เคตามีน (ยาเค), เอโทมิเดต (Etomidate ซึ่งเป็นยาสลบที่ใช้ทางการแพทย์) ​กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นและนักเที่ยวกลางคืน

โดยวันที่​ 24 ต.ค.69 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผ ดี รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล รอง ผบช.สทส. ช่วยราชการ สตม. ,พล.ต.ต.ก้องชาติ เลี้ยงสมทรัพย์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1 นำโดย พ.ต.ท.สุธีรฐ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 ,พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ , พ.ต.ท.สุริโย ไชยยอด สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 และชุดสืบสวน​ ​ได้​ทำการติดต่อล่อซื้อพอตเคจาก​คนต่างด้าว​ชาวเวียดนาม​ ​ซึ่งเป็นกลุ่มที่​ทำการจำหน่าย​พอตเค ในกรุงเทพมหานคร​เป็นที่รู้จักกันในชื่อของนาย”เสือ”

โดยให้​โดยให้​สายลับ​ทำการติดต่อล่อซื้อ พอตเค​จากนายเสือ​เป็นจำนวน​ประมาณ 3,000 ชิ้น​ ​ซึ่งได้แพร่กระจายในท้องตลาดจะมีราคาถึงประมาณชิ้นละ 1,500 บาทรวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท​โดยนัดหมาย​ส่งของกันที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง​ย่านประตูน้ำ​เมื่อถึงเวลานัดหมายช่วงหัวค่ำ​ นายเสือ​ได้มาพบกับสายลับตามที่นัดหมาย​ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ​ กก.สืบสวน​ บก.ตม.1​ ได้กระจายกำลังแฝงตัวอยู่โดยรอบบริเวณ​และยังพบว่านอกจากนายเสือ​แล้วยังมีชาวเวียดนามจำนวน 2 คนเดินประกบมาด้วย​ ​ จากนั้นนายเสือได้​โทรศัพท์​ไปยังเพื่อนร่วมแก๊งให้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาในบริเวณใกล้เคียง​และได้พา​สายลับ​ไปดูพอตเค ที่เตรียมไว้​ ​เมื่อสายลับ​ได้เดินตามกลุ่มนายเสือไปดู​ พอตเค​ ​ซึ่งมีชายชาวเวียดนามอีก 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์​นำของมาให้ดู​เมื่อยืนยันว่า​เป็น​พอตเคจริงตามที่ตกลงล่อซื้อ​สายลับจึงได้ส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่แฝงตัวอยู่จู่โจมเข้าจับกุมตัวกลุ่มนายเสือ​กับพวกรวม 5 ราย​ พร้อมยึดของกลางพอตเค​จำนวน​ 3,200 ชิ้น​ ​จากการทดสอบด้วย​เครื่องทดสอบ​เบื้องต้น​ในการตรวจสารเอโทมิเดตซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2​ พบว่ามีสารเอโทมิเดตในหัวพอตเคจริง​ ​เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหานายเสือกับพวก 5 รายว่า​ “ร่วมกัน ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 1–15 ปี และปรับสูงสุด 100,000–1,500,000 บาท

จากนั้นชุดจับกุมได้​พาตัว​นายเสือ​พร้อมพวก ขยายผล​ไปตรวจค้น​โรงแรมซึ่งเป็นที่พักของแก๊งเวียดนาม​กลุ่มนี้​ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ​ ​ผลการตรวจค้นภายในห้องดังกล่าว​พบเครื่องอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับผสมน้ำยา​บุหรี่ไฟฟ้า​และ​สารตั้งต้น​รวมถึงสารเอโทมิเดต​และอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการผลิตหัวพอตเค จำนวนมากในห้อง​ ​แสดงให้เห็นว่าคนร้ายกลุ่มนี้​ใช้​สถานที่ดังกล่าว​เป็นแหล่งผลิต​และ​แพร่กระจาย​พอตเค​ในกรุงเทพมหานคร​ เจ้าหน้าที่​จึงได้ตรวจยึด​อุปกรณ์ทั้งหมด​พร้อมทั้งนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย​ส่งพนักงานสอบสวน​ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป​

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ฝากเตือนประชาชนว่า เอโทมิเดต (Etomidate) คือ ยาสลบชนิดฉีดเข้าเส้นเลือดที่ออกฤทธิ์เร็ว ซึ่งใช้ในทางการแพทย์เพื่อให้สลบก่อนผ่าตัด แต่ในปัจจุบันถูกนำมาลักลอบผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าจนกลายเป็นที่รู้จักในชื่อ “บุหรี่ซอมบี้” ​ส่งผลเสียร้ายแรงต่อสมองและร่างกายของผู้เสพ​ และการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด การให้ที่พักพิงหรือช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย และการฝ่าฝืนกฎหมายคนเข้าเมือง ล้วนเป็นการกระทำที่อาจมีความผิดและมีโทษตามกฎหมาย

ขอความร่วมมือประชาชน เจ้าของสถานประกอบการ ผู้ประกอบการที่พัก และผู้ให้เช่าอาคารหรือห้องพัก ช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเห็นบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย เช่น มีการเข้าออกที่พักผิดปกติ มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรืออาจเป็นบุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง ขอให้แจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตรวจสอบ​โดยสามารถแจ้งมายังสายด่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหมายเลข 1178​ ​เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป​