“ตม.หนองคาย” รวบผู้ต้องหาคดีสแกมเมอร์ข้ามชาติคาด่านชายแดน หลังทางการลาวผลักดันกลับไทย ตรวจประวัติพบหมายจับศาลอาญาคดีใหญ่ พัวพันขบวนการปลอมเว็บไซต์ช้อปปิ้งชื่อดัง หลอกขายสินค้าแบรนด์เนม สร้างใบเสร็จปลอมตบตาเหยื่อ ก่อนเชิดเงินบล็อกหนีทันที!

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ จว.หนองคาย พ.ต.ท.ธียาณพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย บก.ตม.4 เปิดเผยว่า.ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี และ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 และ พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลที่ถูกผลักดันกลับจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและขบวนการหลอกลวงออนไลน์

กระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย ได้รับตัวคนไทยที่ทางการ สปป.ลาว ผลักดันส่งกลับประเทศ ภายหลังตรวจพบการลักลอบทำงานผิดกฎหมายในลักษณะแอดมินเว็บไซต์พนันออนไลน์และเว็บไซต์ปล่อยเงินกู้ระหว่างตรวจสอบประวัติและคัดกรองบุคคล เจ้าหน้าที่พบว่า นายปิติชา ส. เป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5850/2568 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2568 ซึ่งมี สน.พญาไท เป็นเจ้าของคดีโดยหมายจับระบุข้อหาเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นโดยทุจริตหรือหลอกลวง ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงินเปิดกลโกง! ปลอมเว็บช้อปปิ้งดัง ล่อเหยื่อโอนเงินจากการสอบปากคำ

เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า มีบุคคลว่าจ้างให้ออกแบบป้ายโฆษณาเพื่อชักชวนประชาชนเข้ามาลงทะเบียนซื้อขายสินค้าแบรนด์เนมผ่านระบบออนไลน์ โดยใช้เว็บไซต์และแอปพลิเคชันปลอมที่เลียนแบบแพลตฟอร์มชื่อดัง อาทิ Shopee, Lazada, Zara และ Walmart รวมถึงแพลตฟอร์มอื่น ๆ รูปแบบการหลอกลวงเริ่มจากการสร้างโฆษณาและเว็บไซต์ปลอมให้มีลักษณะน่าเชื่อถือ เพื่อดึงดูดประชาชนที่สนใจซื้อสินค้าแบรนด์เนมให้กดลิงก์เข้าไป ทั้งที่ไม่มีสินค้าจำหน่ายจริงเมื่อมีผู้หลงเชื่อเข้าสู่ระบบ จะมีทีมงานอีกชุดทำหน้าที่ตอบข้อความและติดต่อกับลูกค้า เพื่อชักจูงให้สั่งซื้อสินค้าและโอนเงินชำระค่าสินค้าโอนเงินเสร็จ ส่งใบเสร็จปลอม ก่อนตัดขาดการติดต่อ!
ผู้ต้องหาให้การถึงขั้นตอนต่อไปว่า หลังเหยื่อโอนเงินเรียบร้อยแล้ว จะมีทีมงานอีกชุดจัดทำใบเสร็จรับเงินปลอมส่งกลับไปให้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการสั่งซื้อเสร็จสมบูรณ์และจะได้รับสินค้าตามที่ตกลงกันไว้แต่เมื่อได้เงินแล้ว กลุ่มผู้กระทำผิดจะปิดกั้นช่องทางติดต่อกับผู้เสียหายทันที ส่งผลให้ผู้เสียหายไม่ได้รับสินค้าและไม่สามารถติดตามเงินคืนได้พฤติการณ์ดังกล่าวสะท้อนรูปแบบการทำงานที่แบ่งหน้าที่กันเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบโฆษณา การสร้างช่องทางหลอกลวง การตอบแชท ไปจนถึงการจัดทำหลักฐานการชำระเงินปลอม ทั้งนี้ รายละเอียดดังกล่าวเป็นข้อมูลจากคำให้การเบื้องต้นของผู้ต้องหา ซึ่งยังต้องผ่านกระบวนการสอบสวนและพิสูจน์ข้อเท็จจริง
ภายหลังตรวจสอบหมายจับและสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ ตม.จว.หนองคาย จึงควบคุมตัวนายปิติชา ส. ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สน.พญาไท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปทั้งนี้ ผู้ต้องหายังคงได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

