“วราวุธ” ชู AI² พลิกสังคมสูงวัย ปั้น ศก.ใหม่ ดันไทยฮับ Silver Economy

วราวุธ ศิลปอาชา

กรุงเทพฯ, 14 ตุลาคม 2569 – นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานของโรงเรียนนานาชาติ International School Bangkok (ISB) หัวข้อ “เปลี่ยนความท้าทายของสังคมสูงวัยไทย ให้เป็นโอกาสร่วมกันของทุกคน” (Turning Thailand’s Ageing Challenge into a Shared Opportunity) โดยระบุว่า การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัยไม่ใช่เพียงโจทย์ด้านสวัสดิการและการดูแลประชากร แต่เป็นโอกาสสร้างอุตสาหกรรมและตลาดใหม่ให้เศรษฐกิจไทย ผ่านยุทธศาสตร์ AI² ที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน ควบคู่กับการกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันปัญหาเศรษฐกิจรูปตัว K (K-Shaped Economy) ที่คนบางกลุ่มเติบโตจากนวัตกรรม ขณะที่อีกหลายกลุ่มปรับตัวไม่ทัน

นายวราวุธกล่าวว่า การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ มหาวิทยาลัย ชุมชน และคนต่างรุ่น โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงรองรับจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่ทุกวัยมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์ หนึ่งในโอกาสสำคัญคือ Silver Economy หรือเศรษฐกิจสูงวัย ซึ่งครอบคลุมสินค้า บริการ และเทคโนโลยีสำหรับผู้สูงอายุ ตั้งแต่การแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ หุ่นยนต์และเทคโนโลยีช่วยเหลือ โภชนาการ ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ ไปจนถึงการท่องเที่ยวสุขภาพและที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับคนทุกวัย โดยไทยมีจุดแข็งด้านการแพทย์ สาธารณสุข การท่องเที่ยวและบริการ รวมถึงฐานการผลิตที่สามารถต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสูงวัยของภูมิภาค

วราวุธ ศิลปอาชา ISB

สำหรับยุทธศาสตร์ AI² ครอบคลุม Advanced Industries หรืออุตสาหกรรมขั้นสูง และ Agriculture Industry หรืออุตสาหกรรมเกษตร โดยมุ่งนำปัญญาประดิษฐ์ ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีทางการแพทย์มาเพิ่มผลิตภาพ สร้างงานมูลค่าสูง และพัฒนานวัตกรรมรองรับสังคมสูงวัย ขณะเดียวกันต้องยกระดับภาคเกษตร ซึ่งมีสัดส่วนเกือบ 10% ของ GDP และจ้างงานประมาณ 30% ของกำลังแรงงาน ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มผลผลิต บรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงาน และเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า การใช้เทคโนโลยีต้องมุ่งเพิ่มศักยภาพของมนุษย์ ไม่ใช่เพียงทดแทนแรงงาน แต่ต้องช่วยให้ผู้สูงอายุพึ่งพาตนเองได้นานขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลสุขภาพ และเปิดโอกาสให้คนต่างวัยทำงานและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีคุณภาพ รัฐบาลให้ความสำคัญกับบทบาทของคนรุ่นใหม่และภาคการศึกษา ดังนั้น “เรียนอะไร ไม่สำคัญเท่ากับว่า จะนำความรู้นั้นไปสร้างประโยชน์ให้ใคร” เพราะความรู้และทักษะในแต่ละสาขาสามารถต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาสังคมได้ ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ แพทยศาสตร์ บริหารธุรกิจ หรือสถาปัตยกรรมศาสตร์

“ความสำเร็จไม่ได้วัดแค่สิ่งที่เราสร้างเพื่อตัวเอง แต่ยังวัดจากโอกาสที่เราสร้างให้ผู้อื่น” จึงเป็นโจทย์ที่ทั้งภาคธุรกิจและคนรุ่นใหม่ต้องร่วมกันสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตควบคู่กับคุณภาพชีวิตและศักดิ์ศรีของคนทุกวัย ขณะเดียวกัน การสร้างสังคมที่ดีไม่จำเป็นต้องรอให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่หรือก้าวขึ้นเป็นผู้นำ เพราะ “อย่ารอให้เติบโตเป็นผู้นำ จึงค่อยเปลี่ยนแปลงสังคม เพราะเราทุกคนเริ่มสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่วันนี้” ทั้งผ่านความคิด การลงมือทำ และความตั้งใจที่จะสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวม

นายวราวุธ กล่าวว่า อนาคตของไทยไม่ควรวัดจากการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากความสามารถในการกระจายโอกาสและรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนทุกช่วงวัย โดยต้องเปลี่ยนความท้าทายด้านประชากรให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ ใช้นวัตกรรมยกระดับคุณภาพชีวิต และร่วมกันสร้างสังคมที่ไม่มีใครถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลัง