รวบหนุ่มเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เหยื่อสูญ 6.5 แสนบาท อ้างถูกหลอกไปทำงานแอดมินเว็บพนัน เงินเดือน 4 หมื่น ก่อนข้ามแดนไปเปิดบัญชีม้า สุดท้ายไร้ค่าจ้าง จนถูกส่งตัวกลับ
วันที่ 11 ต.ค. 69 พล.ต.ต.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผบก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายนัฐพล หรือกล้า อายุ 24 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดลพบุรี ที่ 231/2569 ในข้อหา “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยที่รู้ว่าจะนำไปใช้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฯ” โดยจับกุมได้บริเวณสถานีรถไฟกรุงเทพอภิวัฒน์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเดือน ธ.ค. 2568 มีผู้เสียหายถูกคนร้ายโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน อ้างว่ามีสิทธิได้รับเงินเยียวยาจากกรมที่ดิน และเงินเยียวยาโควิด-19 รวม 27,000 บาท ก่อนหลอกให้ดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันธนาคารที่เป็นภาษาอังกฤษตามคำแนะนำของคนร้าย พร้อมให้ปิดโทรศัพท์มือถือทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีหลังเปิดโทรศัพท์อีกครั้ง ผู้เสียหายพบว่าเงินในบัญชีถูกโอนออกไป 4 รายการ รวมเป็นเงิน 659,900 บาท
จากการตรวจสอบพบว่า มีเงินจำนวน 500,000 บาท โอนเข้าบัญชีของนายนัฐพล ก่อนถูกโอนต่อไปยังบัญชีธนาคารของบุคคลอื่น นอกจากนี้ ยังพบว่าบัญชีของผู้ต้องหามีความเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในพื้นที่อื่นด้วย โดยบัญชีดังกล่าวถูกใช้เป็นช่องทางในการเคลื่อนย้ายเงินที่ได้จากการกระทำความผิด ก่อนเจ้าหน้าที่จะสืบสวนติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
สอบสวน นายนัฐพล ให้การว่า ช่วงปลายปี 2568 ตนได้หางานผ่านเพจเฟซบุ๊ก ก่อนสมัครงานเป็นแอดมินเว็บไซต์พนันออนไลน์ มีข้อเสนอให้ไปทำงานที่เมืองปอยเปต ประเทศเพื่อนบ้าน รับค่าจ้างเดือนละ 25,000 บาท ต่อมามีการเสนอค่าจ้างรวมค่าคอมมิชชันประมาณ 30,000-40,000 บาทต่อเดือน ตนจึงตัดสินใจรับงานดังกล่าว ต่อจากนั้นตนเดินทางไปยัง จ.ระยอง เพื่อรอรถตู้มารับข้ามแดน เมื่อไปถึงมีคนพาเข้าที่พักและให้สแกนใบหน้าเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร ก่อนถูกบังคับให้อยู่ภายในห้อง ต่อมาไม่นานถูกพาไปยัง จ.เกาะกง โดยมีคนไทยอีกประมาณ 5-6 คนอยู่ด้วย กระทั่งมีชาวบ้านแนะนำให้ติดต่อสถานทูตเพื่อขอความช่วยเหลือ จึงต้องพักอยู่ที่สถานทูตนานเกือบ 1 เดือน ก่อนถูกส่งตัวกลับประเทศไทย โดยยังไม่ได้รับค่าจ้างแม้แต่บาทเดียว
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.พัฒนานิคม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

