กรุงเทพฯ, 8 ต.ค.69 – ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานสถานการณ์ค่าเงินบาทว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 33.62-33.64 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 33.70 บาทต่อดอลลาร์ ขยับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย สอดคล้องกับเงินเยนที่แข็งค่าท่ามกลางความกังวลต่อการเข้าแทรกแซงของทางการญี่ปุ่น แต่คงต้องติดตามการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่อาจมีแรงกดดันด้านอ่อนค่าในระหว่างวันตามการร่วงลงของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่ ราคาน้ำมันกลับมาปรับสูงขึ้นตามสัญญาณตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานข่าวว่า สหรัฐ อาจพิจารณาโจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ โดยราคาน้ำมันดิบ BRENT ยืนเหนือแนว 101 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล
ขณะที่เงินดอลลาร์ ยังคงมีแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ จะยังคงอยู่ในระดับสูงและเฟดยังมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องในระยะข้างหน้า แม้จะไม่ใช่รอบการประชุม FOMC เดือนต.ค. นี้ หลังจากบันทึกการประชุมเฟดสะท้อนว่า แม้สมาชิกเฟดมีมุมมองที่แตกต่างกันในเรื่องสาเหตุที่มาของแรงกดดันเงินเฟ้อสหรัฐฯ แต่เสียงส่วนใหญ่ก็มีความเห็นที่สอดคล้องกันในเรื่องความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นปี โดยเมื่อวานนี้บอนด์ยีลด์สหรัฐ อายุ 10 ปีและ 30 ปี ทำสถิติสูงสุดในรอบ 24 ปีครั้งใหม่ที่ 5.35% และ 5.72% ตามลำดับ
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 33.55-33.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ ทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ

