ศอ.บต. ปรับบทบาท “บัณฑิตอาสา” ปี 70 สู่ “นักขับเคลื่อนสันติสุข” เน้นทำงานเชิงรุก สื่อสารทำความเข้าใจ คลี่คลายปัญหาชุมชน

ชนธัญ แสงพุ่ม

ยะลา, 6 ตุลาคม 2569 – นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนงานของกองประสานและเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการดำเนินงานบัณฑิตอาสา ประจำปีงบประมาณ 2570 โดยมี นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการบูรณาการการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองประสานและเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนัก/กองที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอาคารศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมืองยะลา

การประชุมครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อกำหนดกรอบและทิศทางการทำงานในปีงบประมาณ 2570 ให้มีความชัดเจน เป็นระบบ และตอบโจทย์สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการยกระดับกลไกการติดตาม ประเมินผล การใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ ตลอดจนการนำองค์ความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยี และข้อเสนอจากผู้เชี่ยวชาญมาสนับสนุนการทำงานของ ศอ.บต. ให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ชนธัญ แสงพุ่ม

นายชนธัญกล่าวว่า หนึ่งในกลไกสำคัญที่จะต้องได้รับการยกระดับในปี 2570 คือ “บัณฑิตอาสา” ซึ่งถือเป็นบุคลากรของ ศอ.บต. ที่ปฏิบัติงานอยู่ในระดับพื้นที่และมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด สามารถเข้าถึงข้อมูล สถานการณ์ ความต้องการ ตลอดจนปัญหาที่เกิดขึ้นในระดับชุมชนและหมู่บ้านได้อย่างใกล้ชิด ดังนั้น จึงไม่ควรจำกัดบทบาทอยู่เพียงการรายงานข้อมูลหรือปฏิบัติงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย แต่จะต้องได้รับการพัฒนาให้สามารถทำงานเชิงรุก เป็น “ผู้สังเกตการณ์และผู้เชื่อมโยงสถานการณ์ในพื้นที่” รวมถึงเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงประชาชน ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

สำหรับปีงบประมาณ 2570 จึงมีแนวทางปรับบทบาทของบัณฑิตอาสาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเพิ่มเติมบทบาทในฐานะ “นักขับเคลื่อนสันติสุข” เพื่อสะท้อนภารกิจใหม่ที่ต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น ทั้งการวิเคราะห์พื้นที่ การสื่อสารสร้างความเข้าใจ การค้นหาและคลี่คลายประเด็นปัญหา รวมถึงการสร้างพื้นที่ให้คนในชุมชนได้พูดคุย แลกเปลี่ยน และสร้างความเข้าใจร่วมกัน แนวทางดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับระบบการรายงานและฐานข้อมูลที่ ศอ.บต. พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) โดยจะนำข้อมูลจากพื้นที่มาวิเคราะห์และถอดบทเรียน เพื่อให้ทราบว่าชุมชนแต่ละแห่งกำลังเผชิญปัญหา หรือมีประเด็นความขัดแย้งในเรื่องใด ก่อนนำข้อมูลดังกล่าวมาออกแบบแนวทางการทำงานที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่

เป้าหมายสำคัญคือ การทำให้บัณฑิตอาสาสามารถนำข้อมูลที่พบจากการลงพื้นที่มาใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งการวิเคราะห์ การประสานงาน การสร้างความเข้าใจ และการแก้ไขปัญหาร่วมกับชุมชน ขณะเดียวกัน ศอ.บต. ยังเตรียมเสริมองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นให้แก่บัณฑิตอาสา โดยเฉพาะทักษะด้านการวิเคราะห์สถานการณ์ การสื่อสาร การสร้างพื้นที่กลาง และการทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อให้สามารถทำหน้าที่เป็น “นักขับเคลื่อน” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บัณฑิตอาสา

อีกภารกิจสำคัญในปี 2570 คือ การสร้าง “พื้นที่กลาง” ในชุมชน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังซึ่งกันและกัน และสร้างความเข้าใจร่วมกัน โดยมุ่งหวังให้เกิดความไว้วางใจและความสัมพันธ์ที่ดีภายในชุมชน ในระยะแรกจะนำร่องใน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา และอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส รวม 38 หมู่บ้าน โดยจะนำข้อมูลประเด็นปัญหาและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละพื้นที่มาวิเคราะห์ ก่อนให้บัณฑิตอาสาร่วมกับชุมชนออกแบบรูปแบบการสร้างพื้นที่กลางให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละหมู่บ้าน ทั้งนี้จะมีการสนับสนุนด้านวิชาการจาก ม.อ. รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในประเด็นต่าง ๆ เพื่อร่วมให้คำปรึกษาและพัฒนาแนวทางการทำงาน ขณะที่บัณฑิตอาสาจะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการริเริ่ม ประสาน และขับเคลื่อนงานร่วมกับประชาชนในพื้นที่

สำหรับการกำกับติดตามการปฏิบัติงาน ในปีงบประมาณ 2570 จะปรับรูปแบบจากการติดตามเฉพาะกิจกรรมหรือโครงการ มาเป็นการ นิเทศและติดตามตัวบัณฑิตอาสาในพื้นที่โดยตรง ครอบคลุมทั้ง 44 อำเภอ เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรค ความต้องการ และข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงานจริง นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนากระบวนการทำงานในรูปแบบ Workflow และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การติดตามและประเมินผลมีประสิทธิภาพ สามารถนำข้อมูลมาใช้ประกอบการกำหนดนโยบายและปรับปรุงการทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในปี2570 โครงการได้รับการจัดสรรประมาณ 203 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างบัณฑิตอาสา และงบประมาณสำหรับการขับเคลื่อนกิจกรรม โดยมีกรอบอัตราบัณฑิตอาสาประมาณ 2,233 อัตรา ครอบคลุมพื้นที่ระดับหมู่บ้าน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานใกล้ชิดกับประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง การดำเนินงานสำคัญประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพบัณฑิตอาสา ปรับ Mindset จากงาน Routine สู่การทำงานเชิงรุกและการเป็น “นักขับเคลื่อน” การสร้างพื้นที่กลางในชุมชน นำร่องในอำเภอกาบังและอำเภอสุไหงโก-ลก, การนิเทศและติดตามการทำงาน ครอบคลุมบัณฑิตอาสาใน 44 อำเภอ, การประชุมและถอดบทเรียน เพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และนำข้อมูลไปพัฒนาการทำงานในปีต่อไป

นอกจากนี้ จะมีการทบทวนหลักเกณฑ์การประเมินบัณฑิตอาสาให้มีความเหมาะสม โปร่งใส และเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีแนวทางส่งเสริมการรวมกลุ่มของบัณฑิตอาสา เพื่อสร้างความเข้มแข็งและสนับสนุนการทำงานเพื่อพื้นที่ในระยะยาว

รองเลขา ศอ.บต.เน้นย้ำว่า การขับเคลื่อนงานในปี 2570 จะให้ความสำคัญกับการทำงานที่ “รู้พื้นที่ เข้าใจคน ใช้ข้อมูล และแก้ปัญหาร่วมกับประชาชน” โดยบัณฑิตอาสาจะเป็นกลไกสำคัญของ ศอ.บต. ในการนำข้อมูลและเสียงของประชาชนจากระดับหมู่บ้านเข้าสู่กระบวนการพัฒนานโยบาย ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่นำภารกิจและนโยบายของภาครัฐกลับไปสื่อสารและสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในพื้นที่ จากบทบาทเดิมที่เน้นการรับข้อมูลและสนับสนุนภารกิจ จึงมุ่งสู่บทบาทใหม่ที่มีความเป็น “นักขับเคลื่อนสันติสุข” มากขึ้น เพื่อให้บัณฑิตอาสาสามารถเป็นทั้ง “ตาและหูของพื้นที่” เป็นผู้เชื่อมโยงหน่วยงานกับประชาชน และเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และพื้นที่กลางในชุมชน