ด่านสบปราบสกัดยาบ้า 6.3 แสนเม็ด รวบคนขนคาด่าน–แกะรอยเครือข่ายเหนือส่งยานรกลงพื้นที่ตอนใน

ตำรวจ สภ.สบปราบ สกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญ ตรวจค้นรถกระบะพบดัดแปลง “ช่องลับ” ใช้ซุกยาบ้าประมาณ 630,000 เม็ด รวบผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลาง เร่งขยายผลสาวถึงเครือข่ายต้นทาง–ปลายทาง และเดินหน้ายึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้อง หวังตัดวงจรขบวนการค้ายาเสพติดจากภาคเหนือเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ที่ จ.ลำปาง พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว, พ.ต.อ.อัครินทร์ กาสา, พ.ต.อ.คมสันต์ สอาดล้วน และ พ.ต.อ.สมพงษ์ บุญมาประเสริฐ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ตลอดจนหัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัด ร่วมแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญของ สภ.สบปราบ

การแถลงข่าวครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง ฝ่ายปกครอง สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงผลการปฏิบัติ หลังสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้าของกลางประมาณ 630,000 เม็ด

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจสบปราบ สภ.สบปราบ และชุดสืบสวน สภ.สบปราบ ได้รับข้อมูลจากการสืบสวนว่า จะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ ผ่านพื้นที่ จ.ลำปาง เพื่อนำยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

เจ้าหน้าที่จึงเพิ่มความเข้มในการตรวจสอบรถยนต์และบุคคลที่เดินทางผ่านด่าน ตามแผนสกัดกั้นยาเสพติดของตำรวจภูธรภาค 5 “อินทนนท์ 159/2568” กระทั่งพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย จึงเรียกตรวจสอบอย่างละเอียด

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติภายในรถ ก่อนตรวจพบว่ามีการ ดัดแปลงช่องลับสำหรับซุกซ่อนยาเสพติด เพื่ออำพรางและหลีกเลี่ยงการตรวจค้น

เมื่อเปิดช่องดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก ตรวจนับเบื้องต้นได้ประมาณ 630,000 เม็ด จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหา 1 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สบปราบ จ.ลำปาง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

แนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า การลำเลียงครั้งนี้เชื่อมโยงกับ เครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ โดยใช้วิธีดัดแปลงรถยนต์ทำช่องลับเพื่อซุกซ่อนยาเสพติด หวังตบตาเจ้าหน้าที่ระหว่างการเดินทาง

ตำรวจภูธรจังหวัดลำปางอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผล เพื่อค้นหาผู้ร่วมขบวนการทั้งผู้สั่งการ ผู้จัดหา ผู้ลำเลียง และผู้รับยาเสพติดปลายทาง รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

หากพบทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับการกระทำความผิด จะดำเนินการตามมาตรการตรวจยึดและอายัดทรัพย์ เพื่อทำลายโครงสร้างทางการเงินและตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าขยายผลคดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อสาวให้ถึงผู้ร่วมขบวนการทุกระดับ และสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือก่อนกระจายเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ