เมื่อเวลา10.45 น.วันที่ 5 ต.ค.ที่ห้องพิจารณา 707 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดคำพิพากษาคดีที่พนักงานฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก อดีตแกนนำ นปช. และนายเอกลักษณ์ วารีชล หรือเอก ปากน้ำ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์ โดยอัยการโจทก์ฟ้องระบุความผิดสรุปว่า
เมื่อระหว่างวันที่ 5 เม.ย. – 7 เม.ย. 2565 จำเลยทั้งสอง ร่วมกันขู่กรรโชกเอาทรัพย์สินจากนายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้ อีสาน อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตแกนนำนปช. จำนวน800,000 บาท เพื่อให้จำเลยช่วยเหลือการประมูลงานของกรุงเทพมหานคร หากไม่ยินยอมจะทำหนังสือร้องเรียน ปปช.บุคคลอื่น และสื่อมวลชนเพื่อให้นายเสกสกลซึ่งเป็นโจทก์ร่วมในคดีนี้ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธต่อสู้คดี
โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวนายยศวริศ จำเลยที่ 1 จากเรือนจำพิเศษกรุงเข้ามาฟังคำพิพากษา ส่วนนายเอกลักษณ์ได้ประกันตัวออกไปก่อนหน้านี้
ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 และนายเสกสกลเป็นเพื่อนที่มีความสนิทสนมกันตั้งแต่ร่วมชุมนุมทางการเมืองกับกลุ่มนปช.จากพฤติการณ์ดังกล่าวและพยานโจทก์ที่เบิกความยังไม่มีหลักฐานยืนยันให้รับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ข่มขู่เรียกทรัพย์จากนายเสกสกลแต่ยังใด พยานโจทก์ยังมีข้อพิรุธน่าสงสัยอีกหลายประการ จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่1 ส่วนจำเลยที่ 2 มีพยานโจทก์หลายปากเบิกความยืนยันว่ามีการข่มขู่เรียกเงินจากนายเสกสกลที่เป็นโจทก์ร่วม 800,000 บาท มิเช่นนั้นจะนำเรื่องไปร้องเรียนเพื่อให้ได้รับความเสียหายกับชื่อเสียงก่อนลดจำนวนเงินให้ 100,000 บาท เหลือ 700,000 บาท พยานโจทก์ที่เบิกความมามีน้ำหนักน่าเชื้่อถือไม่มีเหตุจะกลั่นแกล้งใส่ร้ายให้จำเลยที่ 2 ต้องรับโทษ
พิพากษาว่า จำเลยที่ 2 กระทำผิดตามฟ้องจริงให้ลงโทษจำคุก 2 ปี คำเบิกความของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีบ้างลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา และให้จำเลยที่ 2 ชดใช้เงินจำนวน 700,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีคืนให้แก่โจทก์ร่วม ส่วนนายยศวริศจำเลยที่ 1 พิพากษายกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลฎีกาพิพากษาถึงที่สุดจำคุก นายยศวริศเป็นเวลา 5 ปี 4 เดือนไม่รอลงอาญากรณีทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ทหารในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 และคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษาจำคุก 6 ปีฐานเรียกรับเงิน 1.5 ล้านบาทร่วมกับนายศรีสุวรรณ จรรยา กรณีข่มขู่กรรโชกทรัพย์เรียกรับเงินจากนายณัฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว.

