(5 ต.ค. 69) เวลา 08.00 น. นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดกิจกรรม “รวมพลังฟื้นฟูหลังน้ำลด พื้นที่เขตสายไหม” ณ บริเวณสถานีบริการน้ำมันบางจาก วิธนทรัพย์สายไหม ข้างสำนักงานเขตสายไหม โดยมี นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร นายสมชาย เวสารัชตระกูล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตสายไหม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน กองทัพ และจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรม
กิจกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย สำนักงานเขตสายไหม สำนักงานเขตคลองเตย และสำนักงานเขตราชเทวี ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพอากาศ กองทัพเรือ กรมราชทัณฑ์ และแขวงทางหลวง เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยมุ่งเน้นการล้างทำความสะอาดพื้นที่ จัดเก็บขยะตกค้าง ขยะชิ้นใหญ่ เศษวัสดุ และสิ่งปฏิกูล รวมถึงดูแลด้านสุขอนามัย เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยเร็ว
รองผู้ว่าฯ พรพรหม กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้ระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อเร่งจัดการขยะและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยในพื้นที่เขตสายไหมได้รับการสนับสนุนกำลังจากหน่วยงานภาครัฐ กองทัพ กรมราชทัณฑ์ ภาคเอกชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่จากสำนักสิ่งแวดล้อมและสำนักงานเขตต่าง ๆ โดยเฉพาะสำนักงานเขตคลองเตยและสำนักงานเขตราชเทวี ซึ่งสนับสนุนทั้งกำลังเจ้าหน้าที่และยานพาหนะ เพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง
ภารกิจเร่งด่วนในขณะนี้ คือ การจัดเก็บขยะตกค้างและขยะชิ้นใหญ่จากชุมชนให้ได้มากที่สุด โดยกำหนดให้ลานอเนกประสงค์หรือลานกีฬาในหมู่บ้านเป็นจุดรวบรวมขยะ เพื่อให้ประชาชนนำขยะมารวมไว้และเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการขนย้ายไปกำจัดต่อไป สำหรับพื้นที่ที่ไม่มีจุดรวบรวม จะพิจารณาจัดพื้นที่รองรับชั่วคราว ขณะที่บริเวณริมถนนจะมีเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการเก็บกวาดอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ภาพรวมกรุงเทพมหานครมียอดสะสมการจัดเก็บขยะจากสถานการณ์น้ำท่วม ระหว่างวันที่ 28 ก.ย.–3 ต.ค. 69 รวม 1,468.27 ตัน โดย กทม. ยังคงระดมกำลังและทรัพยากรจากหลายภาคส่วนเพื่อเร่งจัดเก็บขยะตกค้างและฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
รองผู้ว่าฯ พรพรหม กล่าวเพิ่มเติมว่า การฟื้นฟูหลังน้ำลดไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการจัดการขยะ แต่ให้ความสำคัญกับการช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด กรุงเทพมหานครจึงประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนผ่านกิจกรรม CSR เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาดให้แก่ประชาชน รวมถึงประสานสถาบันอาชีวศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการซ่อมแซมรถจักรยานยนต์และสิ่งของจำเป็น พร้อมดำเนินการฟื้นฟูและเยียวยาประชาชนควบคู่กันไป
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สืบเนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่องระหว่างวันที่ 25–27 ก.ย. 69 ส่งผลให้มีปริมาณฝนสะสมเกือบ 300 มิลลิเมตร ประกอบกับลักษณะพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ราบลุ่มและมีความลาดเอียงน้อย ทำให้การระบายน้ำลงสู่คลองและออกสู่ทะเลมีข้อจำกัด กรุงเทพมหานครจึงระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ระบบสูบน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มกำลังและต่อเนื่อง
จากสถานการณ์ดังกล่าว กรุงเทพมหานครได้ประกาศให้เขตสายไหมเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย เนื่องจากมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการเดินทางของประชาชน ปัจจุบันสถานการณ์โดยรวมเริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ถนนสายหลักส่วนใหญ่กลับมาใช้งานได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ยังมีบางพื้นที่และบางซอยที่จำเป็นต้องเร่งทำความสะอาดและฟื้นฟูหลังน้ำลด
การจัดกิจกรรม “รวมพลังฟื้นฟูหลังน้ำลด พื้นที่เขตสายไหม” ภายใต้แนวคิด “กทม. ไม่ทิ้งกัน” จึงเป็นการระดมกำลังทุกภาคส่วนร่วมกันฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ครอบคลุม 18 ชุมชนและหมู่บ้าน โดยมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานรวม 550 นาย ประกอบด้วย สำนักสิ่งแวดล้อม 150 นาย กองทัพอากาศ 50 นาย กองทัพเรือ 40 นาย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 10 นาย กรมราชทัณฑ์ 50 นาย สำนักงานเขตสายไหม 200 นาย สำนักงานเขตคลองเตย 20 นาย และสำนักงานเขตราชเทวี 30 นาย พร้อมรถปฏิบัติงานรวม 26 คัน
ภารกิจครอบคลุมการล้างทำความสะอาดถนน ทางเท้า ซอย และพื้นที่สาธารณะ การเก็บกวาดดินโคลน เศษวัสดุ และสิ่งปฏิกูล การจัดเก็บขยะทั่วไปและขยะชิ้นใหญ่จากบ้านเรือน ชุมชน และหมู่บ้าน รวมถึงการดูแลด้านความสะอาดและสุขอนามัย เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพและสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาด เป็นระเบียบ และปลอดภัย
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังใช้แนวทาง “เขตบัดดี้” โดยให้สำนักงานเขตที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าสนับสนุนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากกว่า ทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ และยานพาหนะ ปัจจุบันมีการจัดกลุ่มเขตบัดดี้รวม 17 พื้นที่ เพื่อเพิ่มศักยภาพการจัดเก็บขยะและฟื้นฟูพื้นที่ให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยเขตสายไหมได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานเขตคลองเตยและสำนักงานเขตราชเทวี
ขณะที่สำนักงานเขตสายไหมจะเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งถนนสายหลัก ถนนสายรอง ซอย ชุมชน และพื้นที่สาธารณะ พร้อมติดตามสถานการณ์และสำรวจความต้องการของประชาชน เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง และช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้โดยเร็วที่สุด

